[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 เมนูหลัก
  ประวัติความเป็นมา  
  กองร้อยที่ 1  
  กองร้อยที่ 2  
  กองร้อยที่ 3  
  กองร้อยที่ 4  
  กองร้อยที่ 5  
  กองร้อยที่ 6 (สมทบ)  
  ระเบียบกองทุนและสวัสดิการฯ  
  กองทุนรุ่น33.  
  หน้าหลักเว็บบอร์ดใหม่  
  สมัครสมาชิก  
  ผู้บังคับบัญชา ตร.ภ.2  
     
 ความทรงจำของพวกเรา
 

ชีวิตในกองร้อย

 
ปฏิทินกิจกรรม
 
<< กันยายน 2561 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

รายการกิจกรรมทั้งหมด
 
เว็บไซต์แนะนำ
   

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์
   
 
มุมนักเสี่ยงโชค
 
 
หนังสือพิมพ์ / ระบบ Email
   



 


  

สาระน่ารู้อื่นๆ
ข้อเท็จจริงการเกิด storm surg

พฤหัสบดี ที่ 21 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2551


ช่วงนี้ถ้าสังเกตุจะเห็นว่ายอดผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นเกิน 100 ติดต่อกันมาหลายวัน ซึ่งจากการตรวจสอบดูแล้วพบว่า ผู้เข้าชมใช้ keyword ค้นหาคำว่า storm surg มากเป็นพิเศษ  บทความนี้จึงขอหยิบหยกประเด็นนี้ขึนมากล่าวอีกครั้ง หลังจากนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้วก่อนหน้านี้

คำว่า "เพื่อน" มีความหมายอย่างไร เราทุกคนรู้ดี

คำกลอนล้อความเป็นเพื่อนหลายๆบทคงบอกได้ ว่าไหนคือ "เพื่อนแท้" ไหนคือ "เพื่อนเทียม"

บางครั้ง "เพื่อน" อาจทำตามใจ แต่หลายครั้ง "เพื่อน" ต้องทำตามหน้าที่ (แม้จะขัดใจเราก็ตาม)

ถ้านับคุณสมิทร ธรรมสโรช เป็นเพื่อน (ขออภัย ไม่ได้หมายจะอาจเอื้อมไปข้ามรุ่น เพราะท่านอาวุโสกว่ามาก แต่ขอใช้นิยามคำว่า "เพื่อน" ในรูปแบบทั่วไป)  ก็น่าจะเป็น "เพื่อนแท้" ที่คอยบอกเหตุให้เพื่อนอีก 64 ล้านคนระวังภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ถึงจะเป็นเรื่องน่าหวาดเสียว หนักไปทางสยอง (อาจจะสยองกว่า หากศึกษาพระพุทธทำนายควบคู่ไปกับปัญหาสภาวะโลกร้อนและข้อเท็จจริงที่ว่าคนสมัยนี้ไม่ยึดถือคุณธรรมในการดำรงชีวิตเป็นส่วนมาก)

สิ่งที่ท่านออกมาเตือน ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้  ถ้าเราไม่รู้ เราก็ไม่ควรประมาท หนึ่งทำให้ตัวเองรู้ สองเตรียมพร้อมรับมือ จะได้ไม่ต้องมาคร่ำครวญเสียใจเมื่อมองลงมาจากอากาศเห็นตัวเองลอยน้ำอืดทึ่ดอยู่เดียวดาย หรือเบียดแน่นอยู่กับซากรถยนต์ ซากอาคาร หรือถูกต้นไม้ทับแข้งขาหัก เพราะคงไม่มีใครอยากเป็นผู้สูญเสียใช่ไหม

หากเราตั้งตนอยู่ในความประมาทแล้ว สภาพัฒน์ฯคงต้องเหนื่อยมานั่งพยากรณ์จำนวนประชากรใน 30 ปีข้างหน้าใหม่อีกรอบหนึ่ง (ทีนี้อาจจะเดินนับหัวเอาเลยก็ได้ จากเดิมที่คาดว่าจะมีประชากรราว  70.63 ล้านคนในปี 2573)

ไม่ว่า Storm Surge จะเกิดในปีนี้ หรือไม่ เกิดที่ไหน มันก็มีแนวโน้มว่าจะเกิดแน่นอน เพราะปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างมันปรากฎชัดขึ้นๆทุกทีๆ ดังนั้น พวกเราช่วยกันให้กำลังใจท่านสมิทร ธรรมสโรชและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติกันหน่อยเถอะครับ ที่กล้าออกมาพูดในสิ่งที่คนไม่อยากฟัง ทีอัลกอร์ออกมานำเสนอ Inconvenience Truth ไม่เห็นโดนตำหนิหรือขัดขวางเลย ใช่ไหม

กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงที่จะรายงานสภาพอากาศ พยากรณ์ลมฟ้าอากาศ และใช้เครื่องไม้เครื่องมืออันทันสมัยไม่น้อยหน้าใครในภูมิภาค คอยเตือนประชาชนเมื่อปรากฎเหตุบ่งชัดแล้วเท่านั้นว่าจะเกิดภัยพายุ น้ำท่วม น้ำหลาก ภัยแล้ง ภัยไฟไหม้ป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่จวนเจียนเต็มทีแล้ว เพราะท่านไม่สามารถจะออกมาเตือนล่วงหน้าได้อย่างคุณสมิทร เพราะท่านไม่มีหน้าที่ตรงนี้ แต่คุณสมิทร ท่านมี

พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า "คนไม่ประมาท แม้ตายแล้วก็เหมือนไม่ตาย" แล้วนี้เรื่องเป็นเรื่องตาย เรื่องชีวิต เราจึงไม่ควรประมาทใช่ไหม?

หากจะบอกว่าใครเป็นฮีโร่ ก็ขอบอกจากใจว่า ไม่มีใครเป็นฮีโร่

มีแต่จะบอกว่า ทั้งท่านสมิทร และ กรมอุตุฯ เป็นเสมือนเพื่อนแท้ยามยาก ของคนไทย 64 ล้านคน ที่เราต้องคอยติดตาม ฟังข่าวจากทั้งสองทาง และอย่าตกอยู่ในความประมาท แต่ก็ไม่ต้องแตกตื่น ตกใจ ในเมื่อเรารู้ตัวล่วงหน้า ก็ต้องตระเตรียมตัวเอง ให้พร้อม ซึ่งย่อมดีกว่าไม่มีโอกาสทำอะไรเลยนอกจากพยายามหายใจเฮือกสุดท้าย ก่อนจะปลงว่า "รู้งี้เชื่อเขาแต่แรกซะก็ดี"

สิ่งที่คุณสมิทรออกมาเตือน
ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมเสวนา “แผนรับมือวิบัติภัยน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น“ หรือ สตอร์ม เซิร์จ (Storm Surge) ที่ศาลาประชาคมสมุทรปราการ ว่าจากการประเมินโอกาสที่จะเกิดภัยพิบัติดังกล่าว จะเกิดขึ้นได้ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ ซึ่งถือเป็นช่วงอันตรายอย่างยิ่ง จากความเร็วของแรงลมที่ 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะส่งผลให้คลื่นสูงเฉลี่ย 2.2-4.5 เมตร ซึ่งภัยธรรมชาติครั้งนี้ประชาชนไม่สามารถละเลยได้ และรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับระบบการเตือนภัย ระบบการป้องกัน มิให้น้ำเข้ามาในพื้นที่ในหลายๆ จังหวัด

"หากดำเนินการช้าจะมีผลกระทบต่อประชาชน และเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติมากมาย รัฐบาลจะรอช้าไม่ได้ หากเกิดขึ้นจริงความรุนแรงอาจจะเท่าพายุนาร์กีสก็ได้ อย่างไรก็ตาม หากเกิดวิบัติภัยดังกล่าว จะแจ้งเตือนผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเพื่อเตรียมรับมือล่วงหน้า" ดร.สมิทธ กล่าว
ที่มา:คมชัดลึก
 

คำเตือนจากคุณสมิทร เมื่อเดือนมิถุนายน 2551
สมิทธ" ฟันธง "ส.ค.-ต.ค." พายุใหญ่ถล่มประเทศไทย ทำให้ กทม.จมบาดาล ระบบประปาพินาศ คนเมืองหลวงไม่มีน้ำใช้ จี้หน่วยงานรัฐเร่งหามาตรการรับมือโดยด่วน ขณะที่อดีตนายกสภาวิศวกรรมสถานฯ หวั่น "วัดพระแก้ว" เสียหายหากเกิดน้ำท่วมพระบรมมหาราชวัง

การ ออกมาแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติครั้ง ใหญ่ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ครั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ในการเสวนาเรื่อง "แผนรับมือวิบัติภัยในมหานครกรุงเทพ" ซึ่งจัดโดยสถาบันพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร การเสวนาครั้งนี้มีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวและการสั่นสะเทือน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเสวนา

ดร. สมิทธกล่าวว่า จากการศึกษาและติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติมาโดยตลอด พบว่าภัยพิบัติที่จะกระทบ กทม.และปริมณฑล มีอยู่ 2 ประเภท คือ ภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหว และภัยที่เกิดจากน้ำท่วมขัง ซึ่งเกิดจากสภาวะโลกร้อน โดยภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหวเป็นภัยที่รุนแรงและมีผลกระทบต่อมนุษย์จำนวนมาก ทั้งนี้ ประเทศไทยมีรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่ 13 รอย และจากการศึกษาพบว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิ รอยเลื่อนทั้งหมดเกิดรอยร้าวเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน ซึ่งการเกิดรอยร้าวดังกล่าวทำให้อาคารที่โครงสร้างไม่แข็งแรงใน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ มีโอกาสถล่มลงมาได้

ดร.สมิทธกล่าวต่อว่า ในพื้นที่ กทม.อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากรอยเลื่อน 2 รอย คือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี หากเกิดแผ่นดินไหวซ้ำขึ้นมาอีก เชื่อว่าจะส่งผลให้เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์แตก และทำให้น้ำปริมาณกว่า 17 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลทะลักเข้าสู่ จ.ราชบุรี จ.นครปฐม และ กทม.

"กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนดินเลน เมื่อได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวแล้ว ระยะสั่นสะเทือนจะขยายตัว 2-3 ริกเตอร์ ทำให้อาคารที่สูงไม่เกิน 6 ชั้น อาจแตกร้าวและพังทลายลงมา ส่วนอาคารสูงไม่น่าเป็นห่วง เพราะวิศวกรได้ออกแบบอาคารไว้รองรับอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีความพร้อมในการรับมือกับแผ่นดินไหว โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงอาจทำให้เกิดความเสียหายมาก" ดร.สมิทธกล่าว

ผู้ อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติกล่าวว่า ภัยที่เกิดจากน้ำท่วมขัง เนื่องจากสภาวะโลกร้อนขึ้นนั้น จากสถิติไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าพายุที่เกิดในมหาสมุทรอินเดียจะมีแรงลมสูงมาก ถึงขนาดเป็นไซโคลน แต่ตอนนี้เกิดขึ้นแล้วคือพายุไซโคลนนาร์กีส ซึ่งมีความเร็วลมสูงถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อขึ้นฝั่งในลุ่มน้ำอิระวดีในพม่า แรงลมสูงสุดถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความรุนแรงถึงระดับ 4

"ผมขอทำนายว่าในเดือน สิงหาคมถึงเดือนตุลาคมนี้ จะมีพายุขนาดใหญ่พัดถล่มประเทศไทย ทางด้านอ่าวไทย ไล่ตั้งแต่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.เพชรบุรี เข้ามา ซึ่งอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์สตรอม เสิร์ช (Strom Search) หรือน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้น้ำทะเลไหลเข้ามาถึงบริเวณปากอ่าวเจ้าพระยา และเข้าท่วมพื้นที่ กทม. โดยกว่าจะไหลย้อนกลับสู่ทะเลต้องใช้เวลานานกว่า 2-3 สัปดาห์ และหากท่วมเหนือคลองประปา จะทำให้ประชาชนไม่มีน้ำในการอุปโภคบริโภค" ดร.สมิทธกล่าว

สิ่งที่กรมอุตุฯ ออกมาเตือน
พายุหมุนเขตร้อนในเดือนสิงหาคม
เดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่อยู่ในช่วงฤดูฝนสภาวะอากาศสําคัญที่จะทําให้เกิดฝนตกในประเทศไทยช่วงนี้ได้แก่ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยและร่องความกดอาดาศต่ำที่พาดผ่านประเทศไทยแต่หากเมื่อใดที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้และร่องความกดอากาศต่ำมีกําลังแรงขึ้นจะส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นได้ อีกตัวแปรหนึ่งที่สําคัญคือพายุหมุนเขตร้อนที่อาจเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยหรือประเทศใกล้เคียงในช่วงนี้เพราะถึงแม้พายุจะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรงแต่หากเคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามและมีกําลังแรงขึ้นก็จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้และร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านประเทศไทยมีกําลังแรงขึ้นได้ ดังเช่นในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนนี้ที่มีพายุโซนร้อนคัมมุริเคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนบนและส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกโดยมีฝนหนักหลายพื้นที่และหนักมากบางพื้นที่ซึ่งปริมาณฝนสูงสุดที่วัดได้ในช่วงนี้คือ173.9 มิลลิเมตร ที่ .สกลนครเมื่อวันที่ 1สําหรับสถิติและแนวโน้มของพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนนี้ในช่วง57 ปี ตั้งแต่ พ..2494 ถึงปัจจุบันมีเพียง20 ลูก คิดเป็นเพียงร้อยละ11 ของพายุที่เข้าสู่ประเทศไทยทั้งหมดโดยมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนตัวเข้าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคเหนือตอนบนมากที่สุด

ในขณะเดียวกันก็ออกประกาศเกี่ยวกับกระแส storm surg โดยสวนทางกับ ดร.สมิทธฯ โดยประกาศสรุปได้ดังนี้
กรณี ที่กำลังอยู่ในความสนใจของสังคม ทางกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ปรากฏการณ์คลื่นพายุซัดฝั่งจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีพายุหมุนเขตร้อนพายุโซนร้อน และพายุไต้ผุ่น ความแรงมากกว่า
118 กิโลเมตรขึ้นไป ทั้งนี้ จากแบบจำลองคลื่นพายุซัดฝั่งหากเกิดขึ้นจะกินบริเวณไม่มากนัก เนื่องจากพื้นที่ของ กทม.และอ่าวสมุทรปราการเป็นพื้นที่แคบ อีกทั้งจากสถิติพายุเข้าโดยตรงในพื้นที่ กทม.ก็มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย โอกาสเกิดขึ้นเพียง 1% เท่านั้น และหากจะเกิดก็จะเกิดในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลาง ในจ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะในช่วงเดือน ต.ค.-ต้น ธ.ค.แต่ขณะนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีความรุนแรงถึงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน หรือพายุไต้ฝุ่น และเข้าทิศทางใด
        
       อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ขอให้ตื่นตัวได้ ซึ่งหากมีพายุเกิดขึ้นจริง กรมอุตุนิยมวิทยาสามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน เพราะพายุก่อตัวขึ้นบนพื้นโลก ระบบเตือนภัยสามารถตรวจจับได้แตกต่างจากการเกิดสึนามิที่ก่อตัวใต้พื้นดินไม่สามารถตรวจพบได้ก่อน ดังนั้นขอให้ประชาชนเชื่อมั่นเพราะประเทศไทยมีระบบเตือนภัยที่ดีที่สุดในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

http://www.tmd.go.th/programs/uploads/specialevents/stormsurge.pdf

แล้วคุณล่ะจะเชื่อใครดี ?
ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ การไม่ประมาท และระมัดระวัง เฝ้าติดตามสถานการณ์ไว้เป็นดีที่สุด
ข้อควรตระหนัก ในยามพบภัยพิบัติและยามเตรียมพร้อม
1. อย่าประมาท หาความรู้ ทำความเข้าใจ คอยติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ แล้วเตรียมพร้อมปฏิบัติตามประกาศสภาวะฉุกเฉิน (ถ้ามี)
2. อย่าละโมภ อย่ากักตุนข้าวของเกินความจำเป็น
3. อย่าเห็นแก่ได้ อย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือบริการเพื่อหวังกำไรระยะสั้น หรือค้ากำไรเกินควร
4. อย่าลักขโมย บางบ้านอาจต้องสละที่พักอาศัยเพื่อความปลอดภัย อย่าซ้ำเติมกันด้วยการลักขโมยของ เพราะนอกจากจะผิดศีลธรรมแล้วยังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตอีกด้วย
5. อย่าตื่นกลัว แต่ให้ตั้งสติดีๆ

แผนที่แสดงความสูง-ต่ำของระดับพื้นดิน เทียบระดับน้ำทะเล
สีแดงสูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 1 เมตร



เข้าชม : 78780


สาระน่ารู้อื่นๆ 5 อันดับล่าสุด

      เสื้อติดซิป...แรงบันดาลใจจากตำรวจไทย 29 / พ.ย. / 2557
      ทำความรู้จักกับ....ไวรัสอีโบลา 20 / ส.ค. / 2557
      2012-2015 เตรียมรับมือพายุสุริยะ 10 / ธ.ค. / 2555
      1 ตำรวจ 1 โรงเรียน 23 / ก.ค. / 2555
      11 สุดยอดอาหารบำรุงสมองและความจำ 18 / ก.พ. / 2555


ความคิดเห็นที่ 1
อาทิตย์ ที่ 7 เดือน กันยายน พ.ศ.2551 เวลา 01:30:20
nnnnnnn
โดย : admin    ไอพี : 125.27.71.162

ความคิดเห็นที่ 2
จันทร์ ที่ 16 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2556 เวลา 00:11:37
chaussures louboutin pas cher A helpful exercise is to cling onto the rail in order to practice scraping the ice to create some snow along with the blades. Both feet should be used to produce snow. Beging with the feet together and push you apart horizontally utilizing the flat section of the blades...
She uncovered I am a Christian and we had a pleasant conversation, then she created a pamphlet and made her way. She asked the last time I saw her if she could participate in a bible study in my home. I said no thanks a lot, because I am busy and possess my own home church I really like ( I am not JW anyway)..
๏ปฟteam jerseys cheap
โดย : Kittyaged    ไอพี : 192.99.1.172



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ mocyc@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ตำรวจภูธรภาค1 /ตำรวจภูธรภาค2 /ตำรวจภูธรภาค3 /ตำรวจภูธรภาค4 /ตำรวจภูธรภาค5 /ตำรวจภูธรภาค6 /ตำรวจภูธรภาค7 /ตำรวจภูธรภาค8 /ตำรวจภูธรภาค9

   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค1 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค2 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค3 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค4 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค6
   /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค7่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค8่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค9

powered by maxsite 1.10
แลกลิงค์ นำ code ไปติดที่เว็บแล้วแจ้งทาง Email หรือ webboard