[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 เมนูหลัก
  ประวัติความเป็นมา  
  กองร้อยที่ 1  
  กองร้อยที่ 2  
  กองร้อยที่ 3  
  กองร้อยที่ 4  
  กองร้อยที่ 5  
  กองร้อยที่ 6 (สมทบ)  
  ระเบียบกองทุนและสวัสดิการฯ  
  กองทุนรุ่น33.  
  หน้าหลักเว็บบอร์ดใหม่  
  สมัครสมาชิก  
  ผู้บังคับบัญชา ตร.ภ.2  
     
 ความทรงจำของพวกเรา
 

ชีวิตในกองร้อย

 
ปฏิทินกิจกรรม
 
<< กรกฏาคม 2561 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

รายการกิจกรรมทั้งหมด
 
เว็บไซต์แนะนำ
   

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์
   
 
มุมนักเสี่ยงโชค
 
 
หนังสือพิมพ์ / ระบบ Email
   



 


  

สาระน่ารู้อื่นๆ
Storm surge มหันตภัยร้ายใหม่ ไม่คุ้นหู

พฤหัสบดี ที่ 14 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2551


หากลองนึกภาพเหตุการณ์ภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศไทยในอดีต แน่นอนว่า ภาพของเหตุการณ์ไล่ตั้งแต่พายุแฮเรียต ในปีพ.ศ.2505 ที่ซัดแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช จนราบเป็นหน้ากลอง ถัดมาในปี พ.ศ.2532 มหาวิบัติพายุเกย์ ก็สร้างความเจ็บช้ำให้แก่ชาวบ้านหลายพื้นที่ใน จ.ชุมพร จนมาถึงช่วงปี พ.ศ.2540 พายุลินดา ก็ซัดซ้ำรอยเดิมใน จ.ชุมพร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี...


       
       เหตุการณ์ทั้งหมดคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยหลายคน กระทั่งล่าสุดในช่วงต้นปีที่ผ่านก็เกิดเหตุพิบัติภัยจากพายุนาร์กีสที่ถล่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า จนสร้างความเสียหายเกินคณานับ ซึ่งภาพเหตุการณ์ที่ไล่เรียงมานี้ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าล้วนแล้วเกิดขึ้นจากความรุนแรงของพายุที่พัดเข้าหาชายฝั่งในลักษณะที่เรียกว่า ‘Storm surge’

Storm surge มหัตภัยร้ายเกินมองข้าม
       นาวาเอก กตัญญู ศรีตังนันท์ ผู้บังคับหมวดเรืออุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ให้คำอธิบายว่า Storm surge คือ ปรากฏการณ์คลื่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนโซนร้อนที่ยกระดับน้ำทะเลให้สูงขึ้นกว่าปกติ อันเนื่องมาจากความกดอากาศต่ำที่ปกคลุม ณ บริเวณนั้น ซึ่งเวลาที่หย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านไปพร้อมกับศูนย์กลางของพายุ ทำให้แรงกดนั้นยกระดับน้ำจนกลายเป็นโดมน้ำขึ้นมา โดยเคลื่อนตัวจากทะเลซัดเข้าหาชายฝั่ง


       
       คำถามก็คือ Storm surge มีความเหมือนหรือแตกต่างจาการการเกิดสึนามิ หรือไม่?
       นาวาเอก กตัญญู ชี้แจงว่า สิ่งที่คล้ายกัน คือ รูปแบบการเคลื่อนตัวที่เป็นเหมือนคลื่นขนาดใหญ่แล้วพัดเข้าชายฝั่ง แต่ที่แตกต่างกัน คือ ลักษณะของการเกิด คือ สึนามิ เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ของแผ่นดินไหวใต้ทะเล ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์ซัดเข้าชายฝั่ง แต่กับ Storm surge จะเกิดขึ้นโดยมีตัวแปรจากพายุ
       
       ส่วนความเสียหายนั้น คิดว่า Storm surge จะเลวร้ายมากกว่า กล่าวคือ การเกิดสึนามิจะเกิดขึ้นวันไหนก็ได้ โดยท้องฟ้าอาจจะแจ่มใส อากาศเป็นปกติ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วทางฝั่งอันดามันของไทย แต่หากเป็น Storm surge จะเกิดขึ้นพร้อมกับพายุซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นวันที่ท้องฟ้าปั่นป่วนไม่แจ่มใส สภาพอากาศเลวร้าย มีการก่อตัวของเมฆฝน ฝนตกอย่างหนัก ลมพัดแรง บริเวณชายฝั่งเกิดคลื่นโถมกระแทกอย่างหนัก คลื่นในทะเลสูง แต่เมื่อศูนย์กลางของพายุเคลื่อนเข้ามาก็จะหอบเอาโดมน้ำขนาดใหญ่ซัดเข้ามาอีกครั้ง ดังนั้น ความเสียหายจึงเพิ่มเป็นทวีคูณ

เมื่อ Storm surge เกิดมาพร้อมกับพายุโซนร้อน เพราะฉะนั้นเมื่อพายุเข้ามาเราก็จะเห็นสัญญาณเตือนหลายอย่าง เช่น การเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และจากการสังเกตลักษณะอากาศที่จะค่อยๆ เลวร้ายลง ทำให้เรารู้ตัวล่วงหน้าหลายวันและสามารถหาทางอพยพได้ทัน แต่กับสึนามิอาจจะไม่รู้ได้เลย เพราะบางครั้งก็เกิดขึ้นในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสไม่มีสัญญาณบอกเหตุร้ายแต่อย่างใด แต่ปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นในช่วงหลายปีมานี้ก็เป็นอะไรที่คาดเดา พยากรณ์ได้ยากเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเกิดภาวะโลกร้อนที่ทำให้สภาพอากาศในทุกมุมโลกเกิดความแปรปรวน และยิ่งทวีความรุนแรงของเหตุการณ์ขึ้น สิ่งนี้จึงเรื่องที่ต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด” นาวาเอก กตัญญู ให้ภาพ

กทม.ไม่น่าห่วงเท่าชายฝั่งอ่าวไทย
       นาวาเอก กตัญญู อธิบายต่อว่า เมื่อเป็นเช่นนี้หลายคนจึงตั้งคำถามว่าพื้นที่ของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ชายฝั่งแล้วจะได้รับผลกระทบที่เกิดจาก Storm surge หรือไม่นั้น ต้องบอกว่าถึงแม้พื้นที่เสี่ยงการเกิดพายุจะอยู่ในอ่าวไทย แต่บริเวณก้นอ่าว หรือบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา กลับไม่เคยพบการเกิดพายุหมุนโซนร้อนมาก่อน ที่พบก็จะมีแต่ปลายๆ ของหางพายุดีเปรสชันซึ่งก็ไม่ได้เกิดความรุนแรง แต่พื้นที่ที่น่าห่วง คือ ตลอดแนวพื้นที่ราบชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่ จ.ชุมพร ลงไป ซึ่งในอดีตพื้นที่เหล่านี้ก็เคยเกิดพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ซัดถล่มมาแล้ว หากมองในพื้นที่บริเวณชายฝั่งของกรุงเทพฯ โอกาสที่จะเกิดน้อย เนื่องจากพื้นที่ของกทม.เป็นพื้นที่ที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน แต่หากว่าเกิดพายุพัดผ่านเข้ามาบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาจริงอิทธิพลจะเข้ามาถึงตัวเมืองแน่นอน โดยเฉพาะร่องแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะมีมวลน้ำทะลักเข้ามาไหลเอ่อท่วมพื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ
       
       นาวาเอก กตัญญู บอกอีกว่า ทางฝั่งของทะเลอันดามันก็ยังพอเบาใจได้เนื่องจากการเกิดของ Storm surge จะเกิดขึ้นได้จากการเคลื่อนตัวของศูนย์กลางพายุเข้าหาชายฝั่ง แต่หากสังเกตเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุที่เกิดขึ้นในไทยนั้นจะเริ่มพัดขึ้นฝั่งอ่าวไทยแล้วพัดออกจากฝั่งทางอันดามันไปพม่า บังคลาเทศ อินเดีย ทำให้ฝั่งอันดามันเป็นการเคลื่อนตัวออกนอกชายฝั่ง ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบจาก Storm surge เหมือนอ่าวไทย แต่ที่ไม่ควรมองข้ามคือหากพายุหมุนเกิดขึ้นภายในแผ่นดิน และบริเวณแหล่งน้ำภายในเช่น กว๊านพะเยา บึงบอระเพ็ด หากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนผ่านแหล่งน้ำเหล่านั้น น้ำก็จะยกตัวขึ้นมาเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นในทะเลและก็อาจทำให้เกิดคลื่นพัดเข้าสู่ฝั่งได้เช่นกัน
       
       “ที่ผ่านมา หลายคนให้ความสนใจในการเฝ้าระวังสึนามิ เพราะยังเป็นของใหม่ในบ้านเรา แต่ความจริงแล้วภัยคุกคามที่แท้จริงคงหนีไม่พ้น Storm surge เพราะโอกาสที่จะเกิดพายุหมุนโซนร้อนที่พัดเข้าอ่าวไทยเกิดได้ถี่กว่า สึนามิหลายเท่า” นาวาเอก กตัญญู แจกแจง
ปลูกป่าชายเลน แนวป้องกันชั้นยอด
       ในส่วนของการเฝ้าระวังและวิธีการเตรียมรับมือนั้น รศ.อัปสรสุดา ศิริพงษ์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ระยะเสี่ยงการเกิดพายุจะอยู่ที่ 3 เดือนอันตราย เพราะจากสถิติการเกิดพายุหมุนโซนร้อนที่ขึ้นทางฝั่งอ่าวไทยนั้น เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนตุลาคม พายุจะก่อตัวทางตอนใต้ของปลายแหลมญวนทางเขมร และเมื่อถึงช่วงเดือนพฤศจิกายนพายุจะเคลื่อนลงจากแหลมญวนจนเคลื่อนสู่อ่าวไทย ไปตลอดจนถึงเดือนธันวาคมพายุจึงจะสลายไปในที่สุด
       
       สำหรับในบ้านเรานั้นหลายคน กลัวว่า Storm surge จะเกิดผลกระทบต่อเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แต่อยากให้อุ่นใจได้ว่า Storm surge คงเข้ามาไม่ถึง ที่ต้องระวังคือปัญหาเดิมๆ อย่างน้ำท่วม เพราะกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่รับน้ำ อีกทั้งภายในตัวเมืองชั้นในยังมีสิ่งปลูกสร้างสูงๆ ป้ายโฆษณาตามตึกต่างๆ ก็ควรระวังหากเกิดลมพายุรุนแรงเพราะจะพัดป้ายให้พัง และเกิดความเสียหายได้ จึงเป็นเรื่องที่ควรหาทางป้องกันอย่างเร่งด่วน
       
       การเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับ Storm surge นั้น อยากฝากให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยศึกษาลักษณะของการเกิด และความรุนแรงเพื่อที่จะได้หาทางหนีทีไล่ได้ทัน ซึ่งการหนีนั้นต้องมีหน่วยงานที่ร่วมทำแผนที่เสี่ยงภัย หากบริเวณไหนมีประชากรหนาแน่นบริเวณนั้นจะมีความเปราะบางมาก จึงต้องทำแผนที่ให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมือท่องเที่ยว
       
       “วิธีการป้องกันมีอยู่หลายแนวทางทั้งการสร้างกำแพงป้องกันแต่ก็ไม่ควรนำมาใช้กับบ้านเรา และอาจจะเป็นการสูญเงินอย่างมหาศาล ทางออกที่ดีที่สุดคือการช่วยกันรักษาป่าชายเลนตามแนวชายฝั่ง หรือปลูกป่าชายเลนเพิ่มในพื้นที่ชายฝั่งซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะช่วยลดความรุนแรงได้ อีกทั้งควรกำหนดเป็นหลักสูตรในเรื่องของภัยพิบัติลงในแบบเรียนเพราะเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้เด็กเกิดความตื่นตัว จึงต้องสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้น และต้องมีการซ้อมแผนเตือนภัยอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงคราวเกิดขึ้นจริงจะได้ช่วยลดความเสียหายจากชีวิตและทรัพย์สินได้” รศ.อัปสรสุดา ทิ้งท้าย

ที่มา : ผู้จัดการ


ประชุมเสวนา "แผนรับมือวิบัติภัยน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น (Storm Surge)
วันพุธที่ 13 สิงหาคม 2551
บรรยายโดย
ดร.สมิธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลย์วุฒิ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ
รศ.ดร. เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต
นายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักนโยบายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

 


--------.
ดร.สมิธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

* แผนรับมือภัยพิบัติน้ำท่วม กรุงเทพ และ ปริมณฑล

* จากพายุนากีส ซึ่งมีความรุนแรงมากในรอบ 50 ปี ไม่เคยมีปรากฎที่มีพายุไซโคลน 140 กม/ชม มาก่อนเลย ความเร็วลมมาก


ปากน้ำ สมุทรปราการ มีอันตรายมากยิ่งกว่าปากแม่น้ำอิรวะดี เนื่องจาก ปากแม่น้ำเจ้าพระยา นั้น มีความลาดชันน้อยกว่า หากเกิดเหตุการณ์พายุพัดเข้าทางอ่าวไทย จะได้รับผลเสียหาย รุนแรงกว่า จากสภาวะ Strom Surge

สถานการที่น่าจับตา คือ พายุลุกที่กำลังพัดอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย อยู่ ณ วันนี้ หากพายุลูกนี้พัดเข้ามาในไทย จะได้รับผลกระทบ อย่างรุนแรงมาก

การก่อตัวของพายุ มีความสัมพันธ์กับความร้อนของผิวน้ำทะเล โดยที่ หากว่าระดับความร้อนของผิวน้ำทะเล สูงขึ้น การก่อตัวของพายุ ก็จะยิ่งเกิดได้บ่อย และรุนแรงขึ้น

กล่าวถึง "สภาวะโลกร้อน" จะมีผลกระทบต่อโลก ในอนาคต

การละลายของน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือ นั้น ปัจจุบันได้ละลายไปมากแล้ว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ระดับน้ำทะเลในปัจจุบัน สูงขึ้น
และยังคงเหลือ น้ำแข็งจากขั้วโลกใต้ ซึ่งบางก้อนนั้น มีความสูงเป็นกิโลเมตร หากโลกยิ่งร้อนขึ้น ๆ น้ำแข็งทางขั้วโลกใต้ละลายมาสมทบ จะยิ่งทำให้ระดับน้ำทะเลสูงมากขึ้นกว่าปัจจุบันที่ก็สูงอยู่แล้ว

การที่โลกร้อนขึ้น ทำให้ผิวโลกร้อน ผิวน้ำทะเลร้อนขึ้น เกิดพายุได้บ่อยยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน สามารถนำเรือแล่นเข้าไปถึงขั้วโลกเหนือได้แล้ว โดยประเทศรัสเซีย ได้เข้าไปยึดจุดดังกล่าวไว้เป็นของประเทศตน (ทั้งนี้เพื่อจับจองทรัพยากรทางธรรมชาติ) โดยแต่ก่อนนั้น หากจะเข้าไปยังจุดขั้วโลกเหนือ จะต้องจอดเรือทิ้งไว้ แล้วใช้ "เลื่อน" เดินทางต่อไปยังจุดขั้วโลกเหนืออีกทอดหนึ่ง ...(เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมาก)

เมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว จากหลักฐานทางธรนีวิทยา กรุงเทพและปริมลฑล นั้น เป็นท้องทะเล...จังหวัดอุบล, อุดร คือชายหาดทะเล ...แสดงให้เห็นว่า ชั้นดิน ของ กทม และปริมลฑล นั้น เป็นดินเลน สังเกตุได้ว่า ถนนหนทางต่างๆ จะทรุดตัวอยุ่ตลอดเวลา

ปัจจุบัน รามคำแหง นั้นอยู่ใต้ระดับน้ำทะเลแล้ว หากเปิดประตูน้ำที่พระโขนง จะทำให้ รามคำแหง น้ำท่วมทันที

จากสภาวะที่ กทมและสมุทรปราการ เป็นชั้นดินเลน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง จึงเป็นปัญหาใหญ่ แผ่นดินร่นถอยเข้ามามาก (ภาพ+ข้อมูลจากวัด แถบชายฝั่งสมุทรปราการ ที่ปัจจุบัน บางวัดนั้น ถอยร่นลงไปอยู่ในทะเลแล้ว)

จากโปรแกรมจำลอง สถานการณ์น้ำท่วมแบบต่าง ๆ ทั้งแบบ น้ำหนุน และน้ำเหนือ
... ตรงนี้ มีรายละเอียดเยอะมาก ...

ตัวอย่างจากภาพจำลองหนึ่ง ที่ ดร.สมิธ ได้ฉายให้ชม เป็นภาพที่ หากระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นสูงอีก1.5-5 เมตร นั้น สมุทรปราการและช่วงด้ามขวาน ของประเทศไทย จะจมน้ำและหายไปจากแผนที่ (ภาพ)

คำเตือน ...เกี่ยวกับพายุ สำหรับกรุงเทพและปริมณฑล

1-30 กันยายน : จะเป็นช่วงที่มีพายุมาก และพายุมีกำลังแรงมาก เป็นช่วงที่น่ากังวลที่สุด โดยเฉพาะ 1-10 กย

ตค – พย : พายุจะเริ่มมีแนวโน้มลงไปทางใต้ ก็จะไม่มีผลกระทบต่อภาคกลางมากนัก


คำถาม หากว่าเกิดเหตุการณ์พายุพัดเข้าชายฝั่ง และหอบน้ำความสูง 6 เมตร ซัดเข้ามาด้วย ตัวท่านจะทำอย่างไร ..ไปที่ไหน ?

ซึ่ง รศ.ดร.เสรี เคยทำการคำนวนไว้ว่า ถ้าพายุพัดขึ้นอ่าวไทยแล้ว จะทำให้ระยะพัดของน้ำกระแสน้ำนั้น ล้ำเข้าไปไกลถึง 30 km (ประมาณปากคลองประปา)

ดร.สมิธ ท่านใช้กุศโลบาย เพื่อกระตุ้นความตื่นตัวอย่างมีสติ ของประชาชน ....โดย ฉายภาพผลกระทบหลังเกิดน้ำท่วม ที่ประเทศไทยเคยประสบมา ให้ประชาชนได้ดู เพื่อให้เกิดความคิดด้วยตนเองได้ว่า หากเกิดสถาวะน้ำท่วมขัง น้ำหลาก หรือต้องติดอยู่ในบ้านเรือนนานๆ แล้ว ...ตนเองจะทำอย่างไร ...???

ต่อไป ท่านได้กล่าวเรื่องกรณีน้ำเหนือ ...หรือเหตุแห่งพิบัติทางน้ำที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็ง ไม่ใช่พายุ

- การสร้างเขื่อน ที่ปากแม่น้ำทั้ง 4

- โดยที่ฉะเชิงเทราสร้างเขื่อนปิดปากอ่าวไปขึ้นที่ชะอำ บนเขื่อนทำเป็นถนนเชื่อมระหว่างตะวันออกไปใต้ โดยไม่ต้องผ่าน กทม จะช่วยกันน้ำเค็มเข้ามาสู่ กทม ได้

และจัดระบบนิเวศน์ให้กับสภาพท้องทะเลตามแนวเขื่อนได้

- ในการทำเขื่อนชั่วคราว ที่ ทาง กทม ดำเนินการจัดซื้อกระสอบทรายเตรียมไว้นั้น ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้เลย เพราะว่าเขื่อนชั่วคราวนั้น ไม่แข็งแรง และหากเจอพายุและกระแสน้ำแรงมาก เขื่อนกระสอบทรายก็พังอยู่ดี ...จึงควรแก้ปํญด้วยการทำเขื่อนที่แข็งแรง ถาวร จะดีกว่า

- ประเทศสิงคโปร์นั้น ได้เล็งเห็นถึงปัญหาน้ำท่วม และระดับน้ำทะเลที่จะยิ่งสูงขึ้นต่อไปในอนาคต จึงได้วางแผนการสร้างกำเขื่อนรอบเกาะสิงคโปร์แล้ว....ในขณะที่ประเทศไทย ยังไม่มีการเตรียมการณ์ใด ๆ

จากการสำรวจ เหมืองหลวงที่มีโอกาสถูกน้ำท่วมถาวร ภายในอีก 15 ปีข้างหน้านั้น ...กรุงเทพมหานครก็เป็น 1 ใน 10 ของเมืองหลวงในภูมิประเทศในแถบเอเชีย ที่ติดโผดังกล่าว

กล่าวสรุป

- เดือน สค – กย , ตค.-ธค นั้นจะมีพายุเกิดขึ้นเป็นวัฏจักร

- จากสภาวะโลกร้อนขึ้น มีผลต่อการเกิด Strom Surge โดยตรง
ซึ่งต้องใช้มาตรการการป้องกัน ที่ดีพอ จะอยู่กันเฉยๆ แบบเดิมๆ ไม่ได้แล้ว
การทำเขื่อนถาวร ดีกว่าเขื่อนชั่วคราว และเขื่อนถาวรที่ปากแม่น้ำทั้ง 4


-------.
รศ.ดร. เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต
-------.

น้ำท่วมชายฝั่งสมุทรปราการ ปัญหา และ ทางออก

จากสภาวะความเป็นจริง ในปัจจุบัน ที่ระดับพื้นของกรุงเทพและปริมลฑล นั้น ทรุดต่ำลงกว่าเดิม มาก ทำให้หากเกิดสภาวะน้ำท่วม แม้ว่า ระดับน้ำจะสูงเท่ากับปี 2538 หรืออื่นๆ แต่ผลที่ได้รับ จะรุนแรงกว่า เนื่องจาก พื้นที่นั้นต่ำลงกว่าเดิมมาก บวกกับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้ทางออกของน้ำแทบไม่มี

จึงไม่ควรคาดหวังกับข้อมูลเก่าๆ หรือเฉยเมยกับคำเตือน หรือการเตรียมการณ์ที่ควร

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการทรุดตัวของแผ่นดินได้จากกรมแผนที่ทหาร

การเฝ้าจับตาดูการก่อตัวของพายุ เราจะรู้ล่วงหน้าประมาณ 15 วัน เพื่อเตรียมการณ์อพยบฉุกเฉิน ...ตรงนี้ ฝ่ายการปกครองท้องถิ่น ควรจะดำเนินการสร้างแผนเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น (แผนรับมือก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ การจัดเตรียมสถานที่หลบภัยของแต่ละท้องถิ่น เป็นต้น) และมีการซักซ้อมแผน

แต่หากเป็นแบบ ซึนามิ มีเวลาเพียง ชั่วโมง หรือครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

ท่านเน้น การคิดล่วงหน้า ในการเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้น มิใช่ว่าได้รับคำเตือนแล้วก็ยังคงนิ่งเฉย คิดว่าอีกนานมันถึงจะเกิด

เช่น กรณีหากเกิดน้ำท่วมนานๆ แล้ว เราจะหาน้ำบริสุทธิ์ที่ไหน ?

เช่น ถ้าระบบการผลิตน้ำประปาหยุด จะมีน้ำที่ไหนใช้ (ระบบการผลน้ำประปาจะหยุดผลิตในอีก 3 ชั่วโมงหลังระบบไฟฟ้าล่ม)

กรณีแผ่นดินไหว ....การเลือกซื้อบ้าน ต้องเลือกซื้อบ้านที่ได้รับการออกแบบให้รองรับแรงไหวของแผ่นดินได้

บทเรียนจากการไปเที่ยวเกาะพีพี และเขาหลัก คือ อย่างจองโรงแรมชั่นล่างสุด และต่ำกว่า 12 เมตร เพราะถ้า ซึนามิ มา พวกที่นอนชั้นล่างๆ ตายก่อน

ถ้าเห็นน้ำทะเลหายไป เป็นกิโลเมตร หรือนานราวครึ่งชั่วโมงขึ้นไปแล้ว ให้รีบหนี และเตือนคนอื่นให้ขึ้นฝั่ง หาที่หลบที่สูงทันที เพราะจะเกิดซึนามิ

-------.
นายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักนโยบายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
-------.

(เน้นภาพสไลด์)
เน้นในเรื่องของการเตรียมอาสาสมัคร กู้ชีพ กู้ภัย

การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน

หากเกิดภัยพิบัติ
1. ความกดอากาศต่ำกำลังแรง
2. พายุ
3. Strom Surge (คลื่นน้ำจากพายุ)
4. ไฟฟ้าดับ / ระบบการสื่อสารล่ม
5. เรือ/บ้านเรือน/ที่ปลอดภัย
6. มีระบบแจ้งเตือนภัย
7. มีระบบสื่อสาร /พลังงานสำรอง
8. เรามาดูว่า บ้านเรือนเราปลอดภัยแค่ไหน ถ้าไม่ เราจะเตรียมการณ์อพยพไปที่ใด หน่วยงานในส่วนท้องถิ่น ได้เตรียมการในจุดนี้ไว้หรือยัง



-------.
ดร.มั่น พัธโนทัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
-------.

" รู้ " ก่อนภัยมา รอด ได้

รอยเลื่อนที่ 14 ที่ค้นพบใหม่ในประเทศไทยนั้น อยู่ที่ใต้ กทม นี่เอง ในกรณีการเกิดแผ่นดินไหว ใต้ดิน เราจะไม่มีโอกาสรู้ก่อนเลยว่า จะไหวเมื่อไร

ทางราชการ สามารถให้การช่วยเหลือเรื่องการเตือนภัย เท่านั้น ในส่วนของหน่วยงานท้องถิ่น และตัวเราเอง จะเตรียมการรับมืออย่างไร ต้องคิดวางแผน และเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติ ทั้งขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เพื่อให้ได้รับความเสียหายน้อยที่สุด


-------.
นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลย์วุฒิ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ
-------.

ท่านเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ในช่วงที่เกิดเหตุ ซึนามิ
ให้เราศึกษา และ รู้ เกี่ยวกับ ภัยพิบัติ แบบต่างๆนั้น มีอะไรบ้าง และเกิดขึ้นได้อย่างไร และหากเกิดขึ้นแล้ว จะเตรียมการรับมืออย่างไร จะทำให้เรามีโอกาสอยู่รอดได้มากขึ้น


ท่านเล่าประสบการณ์ในขณะทีเกิดเหตุซึนามิ และสรุปถึงสิ่งที่เหล่าอาสาสมัคร ต้องเตรียมและมีไว้ ในการออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ในวันแรกที่เกิดเหตุ
- วิทยุสื่อสาร ..เพราะระบบอื่นล่มหมด
- เครื่องปั่นไฟ
- อาหาร-น้ำดื่ม
- ยาสามัญประจำตัว/บ้าน
- เสื้อผ้า

ในวันถัดไป
- การทำครัว, รองเท้า, ของใช้ของผู้หญิงทุกๆอย่าง
- กู้ระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์
-โจรภัย โจรกรรม ลักขโมย ต้องเตรียมเหล่าอาสาสมัครไปดูแลบ้านเรือนที่ร้าง
- เริ่มระบบตามหาคนหาย


สิ่งที่ต้องเตรียมของเหล่าอาสาสมัคร
1. วิทยุสื่อสารสมัครเล่น (VR) – สำคัญมาก
2. วิธีการไปตั้งครัว เป็นจุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย
3. งบประมาณ
4. จุดที่ตั้งเป็นหน่วยช่วยเหลือ ควรกระจายกันออกไปในระยะที่เหมาะสม
5. ต้องมีการจัดระบบจราจร
6. การจัดการสิ่งของ + ยอดเงินบริจาค
7. การเตรียมซ่อมแซมบ้านเรือน


สรุปจากท่านผู้ว่าฯ

ภายในเดือนสิงหาคม – กันยายน ให้ระวังและคอยฟังการเตือนภัยพายุ ที่จะมีผลกระทบต่อภาคกลาง หลังจากนั้นพายุจะเริ่มมีแนวโน้มเปลี่ยนทิศลงทางใต้

คอยฟังการเตือนภัย และเตรียมอพยพหนีภัยไว้

ถ้าเป็นเหตุ ซึนามิ หรือ Strom Surgeให้หลบในตึกแข็งแรงเกิน 3 ชั้นขึ้นไป
หรือถ้าใกล้ ให้วิ่งขึ้นไปอยู่บนทางด่วนก่อน



เข้าชม : 60897


สาระน่ารู้อื่นๆ 5 อันดับล่าสุด

      เสื้อติดซิป...แรงบันดาลใจจากตำรวจไทย 29 / พ.ย. / 2557
      ทำความรู้จักกับ....ไวรัสอีโบลา 20 / ส.ค. / 2557
      2012-2015 เตรียมรับมือพายุสุริยะ 10 / ธ.ค. / 2555
      1 ตำรวจ 1 โรงเรียน 23 / ก.ค. / 2555
      11 สุดยอดอาหารบำรุงสมองและความจำ 18 / ก.พ. / 2555


ความคิดเห็นที่ 1
จันทร์ ที่ 18 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2551 เวลา 18:01:04
คุณรู้จัก “สตรอม เสิร์ช” แค่ไหน? [16 ส.ค. 51 - 19:53]

ผมไม่แน่ใจว่าเรื่องที่หยิบยกมาคุยกับท่านผู้อ่าน จะเข้ากับวันเสาร์ สบายหรือเปล่าเพราะดูจะไม่ใช่เรื่องเบาๆ แต่ก็ไม่หนักหนาสาหัสเหมือนเรื่องเศรษฐกิจการเมืองที่ชวนปวดหัวอยู่ทุกวันนี้

เรื่องภัยพิบัติจากลมฟ้าอากาศ คือประเด็นที่ผมอยากจะหยิบเอามาปรับทุกข์กับท่านผู้อ่านในวันนี้ เพราะในครึ่งขวบปีที่ผ่านมา ภัยพิบัติทางธรรมชาติดูเหมือนจะรุนแรงมากขึ้นจนน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว ภัยแล้ง ไฟป่า ตลอดจนพายุน้ำท่วม แถมยังเกิดขึ้นใกล้บ้านเราแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นจีน พม่า อินเดีย และบังกลาเทศ

ล่าสุดหลายจังหวัดในภาคเหนือและอีสานของเรา ที่น้ำจากแม่น้ำโขงที่เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมสูงที่สุดในรอบ 40 กว่าปี สร้างความเสียหายให้กับชีวิต ทรัพย์สิน และพื้นที่เกษตรกรรมนับแสนไร่ คิดเป็นค่าเสียหายทางเศรษฐกิจก็หลายพันล้านบาท

ในขณะที่พี่น้องชาวเหนือและอีสานกำลังตกทุกข์ได้ยากจากน้ำบ่า คนกรุงเทพฯและปริมณฑลก็กำลังอกสั่นขวัญแขวน จากคำเตือนของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ที่ออกมาแจ้งเตือนให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติครั้งใหญ่

เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่ในเดือน ส.ค.-ต.ค.นี้ จะมีพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่าซุปเปอร์ไต้ฝุ่นพัดถล่มอ่าวไทย ไล่ตั้งแต่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี และเพชรบุรี ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น หรือสตรอม เสิร์ช (Storm Surge) ทำให้น้ำทะเลไหลบ่าเข้ามาท่วมพื้นที่ กทม. และใกล้เคียง กว่าจะไหลย้อนกลับสู่ทะเลต้องใช้ เวลานานกว่า 2-3 สัปดาห์

ความรุนแรงของสตรอม เสิร์ช ขึ้นอยู่กับความเร็วลมพายุ หากเท่ากับพายุนาร์กีสที่ถล่มพม่าคือ 240 กม.ต่อ ชม. น้ำทะเลก็จะยกตัวสูง ถึง 6 เมตร พื้นที่ 30 กม. จากชายฝั่งทะเลจะโดนน้ำท่วมหมด ยังไม่รวมบ้านเรือนที่พังพินาศเพราะแรงลม

สรุปก็คือสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่าสึนามิหลายเท่า เพราะสึนามิสามารถหลบขึ้นที่สูงได้ แต่สตรอม เสิร์ช มีทั้งน้ำบ่าและพายุไม่รู้ว่าจะไปหลบที่ไหน

สำหรับช่วงเวลาที่น่ากลัวที่สุดก็คือปลายเดือน ก.ย. ที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดภัยพิบัตินี้

สอดรับกับ ดร.วัฒนา กันบัว ผอ.ฝ่ายอุตุนิยมวิทยาทะเล กรมอุตุนิยมวิทยา ที่บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดพายุใหญ่ พัดถล่มประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว เหมือนพายุไต้ฝุ่นเกย์ พายุไต้ฝุ่นลินดา ที่สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน

บวกสภาวะโลกร้อนที่ส่งผลให้ความรุนแรงของพายุเพิ่มจากเดิมถึง 2 เท่า ทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะขยายวงกว้างมากขึ้นหลายเท่า

ไม่ว่าคำเตือนนี้จะมีโอกาสเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน การเตรียมรับมือก็เป็นสิ่งที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้ แม้ว่าจนถึงวันนี้หน่วยงานของรัฐจะยังไม่มีอาการอะไรออกมา แต่ในส่วนท้องถิ่นกลับตื่นตัวค่อนข้างมาก

หลายวันก่อน จ.สมุทรปราการได้จัดสัมมนาเพื่อเตรียมรับมือภัยพิบัตินี้ โดย นายสัมพันธ์ เตชะเจริญกุล นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ ได้เตรียมการซ้อมแผนรับมือภัยพิบัติ การอพยพคนทั้งทางรถและทางเรือ การปฐมพยาบาลและการสื่อสารในเร็วๆนี้

แต่ที่สำคัญคือการทำความเข้าใจประชาชน ให้ตระหนักถึงภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น เพราะเรื่องนี้ถือเป็นของใหม่สำหรับคนไทย ที่อยู่กันอย่างสงบร่มเย็นมาตลอดทั้งชีวิต

การจะบอกให้ประชาชนรู้จักตื่นตัวและพร้อมรับมือในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่สำคัญของทุกหน่วยงานที่จะต้องช่วยกัน เพื่อลดความสูญเสียและรักษาชีวิตของประชาชนให้ได้มากที่สุด

ผมห่วงก็แต่ว่ารัฐบาลที่ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องนี้ อย่ารอให้เกิดเหตุเสียก่อนค่อยแก้ไข เพราะชีวิตคนไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นได้ หากยังไม่คิดก็เริ่มคิดเสีย อย่ารอให้วัวหายแล้วค่อยคิดล้อมคอกเลยครับ.

"ลมสลาตัน"


ที่มา ไทยรัฐ http://www.thairath.co.th/news.php?section=society03&content=100725
โดย : admin    ไอพี : *****

ความคิดเห็นที่ 2
จันทร์ ที่ 18 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2551 เวลา 18:09:18
จัดจุดอพยพรับสตรอมเสิร์ช บางนา "งานเข้า" เตรียม 5 จุด-50 เขตสำรวจจุดเสี่ยง [18 ส.ค. 51 - 04:34]

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพเรือยกพลขึ้นบก ถ.ทางรถไฟสายเก่า บางนา นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแผนปฏิบัติการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ในระดับวิกฤติและกรณีเกิดคลื่นพายุซัดฝั&#732;ง หรือสตรอมเสิร์ช ที่มีผู้บริหาร กทม. ผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต เข้าร่วมประชุม ว่า ตนได้สั่งการไปยัง ผอ.เขตที่อยู่
ในพื้นที่เสี่ยง อาทิ เขตบางนา เขตยานนาวา เขตราษฎร์บูรณะ เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน เขตจอมทอง เขตทุ่งครุ ให้เร่งแจกคู่มือรับมือคลื่นพายุซัดฝั่งเตรียมพร้อมกรณีน้ำท่วมกรุงเทพฯฉับพลัน เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมตัวไว้ให้พร้อมหากเกิดเหตุการณ์สตรอมเสิร์ชขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าเหตุการณ์สตรอมเสิร์ชจะไม่เกิดขึ้นในระดับรุนแรงอย่างแน่นอน ทั้งนี้ทาง กทม.และหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ประมาท ซึ่งก็ได้มีการหารือถึงเรื่องที่อพยพของประชาชนด้วย โดยให้ ผอ.เขตไปประสานหาสถานที่กับทางเอกชน ภาครัฐ และแจ้งให้กับทางประชาชนได้รับทราบ เบื้องต้นทาง ผอ. เขตบางนาได้แจ้งว่าได้หาสถานที่อพยพไว้เรียบร้อยแล้วมีจำนวน 5 จุด ได้แก่ 1. ไบเทค บางนา 2. ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางนา 3. อาคารเนชั่น 4. อาคารอินเด็กซ์ และ 5. ห้างบิ๊กซี บางนา นอกจากนั้น เร็วๆนี้ทางสำนักงานเขตที่เป็นพื้นที่เสี่ยงจะได้ลงสำรวจพื้นที่ว่าในเขตเสี่ยงดังกล่าวมีชุมชนใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบ พร้อมกับจัดทำแผนที่เส้นทางหนีภัยเพื่อให้ประชาชนใช้หลบภัยด้วย
ด้านนายวัฒนา กันบัว ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาทางทะเล กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า การเกิดสตรอมเสิร์ชที่สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นไปได้ยาก เนื่องจากตัวสร้างคลื่น คือ พายุนั้นจะมีกำลังอ่อนลงเมื่อเข้าใกล้พื้นดิน เพราะมีภูเขา และต้นไม้เป็นแรงลดกำลังลมอยู่ ดังนั้น พายุจึงไม่สามารถที่จะสร้างคลื่นยักษ์ที่สร้างความเสียหายได้ อย่างไรก็ตาม หากการคาดการณ์เรื่องสตรอมเสิร์ชเป็นจริง ก็จะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน จึงมั่นใจได้ว่ าประชาชนจะอพยพออกจากพื้นที่ได้ทันโดยไม่มีการสูญเสียชีวิตอย่างแน่นอน
โดย : admin    ไอพี : *****

ความคิดเห็นที่ 3
พฤหัสบดี ที่ 4 เดือน กันยายน พ.ศ.2551 เวลา 20:15:51
nnnnnnn
โดย : admin    ไอพี : *****

ความคิดเห็นที่ 4
อาทิตย์ ที่ 15 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2556 เวลา 18:55:16
michael kors handbags According to official hotel, the engineer who speaks little Portuguese and it has been recognized as a very gentle and careful with their daughters. Once stayed with the hotel caused it to be clear he failed to want anyone shook it in their luggage. Although a second employee, he was pretty cool, though it does not search his eyes which made several purchases for those daughters while in the hotel shop.
uggs kopen
โดย : Kittyaged    ไอพี : 192.99.1.172



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ mocyc@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ตำรวจภูธรภาค1 /ตำรวจภูธรภาค2 /ตำรวจภูธรภาค3 /ตำรวจภูธรภาค4 /ตำรวจภูธรภาค5 /ตำรวจภูธรภาค6 /ตำรวจภูธรภาค7 /ตำรวจภูธรภาค8 /ตำรวจภูธรภาค9

   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค1 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค2 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค3 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค4 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค6
   /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค7่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค8่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค9

powered by maxsite 1.10
แลกลิงค์ นำ code ไปติดที่เว็บแล้วแจ้งทาง Email หรือ webboard