[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 เมนูหลัก
  ประวัติความเป็นมา  
  กองร้อยที่ 1  
  กองร้อยที่ 2  
  กองร้อยที่ 3  
  กองร้อยที่ 4  
  กองร้อยที่ 5  
  กองร้อยที่ 6 (สมทบ)  
  ระเบียบกองทุนและสวัสดิการฯ  
  กองทุนรุ่น33.  
  หน้าหลักเว็บบอร์ดใหม่  
  สมัครสมาชิก  
  ผู้บังคับบัญชา ตร.ภ.2  
     
 ความทรงจำของพวกเรา
 

ชีวิตในกองร้อย

 
ปฏิทินกิจกรรม
 
<< พฤศจิกายน 2560 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

รายการกิจกรรมทั้งหมด
 
เว็บไซต์แนะนำ
   

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์
   
 
มุมนักเสี่ยงโชค
 
 
หนังสือพิมพ์ / ระบบ Email
   



 


  

สาระน่ารู้อื่นๆ
กินเป็นบอกลาปัญหาแก๊สในท้อง

ศุกร์ ที่ 25 เดือน มีนาคม พ.ศ.2554


กินเป็นบอกลาปัญหาแก๊สในท้อง

          แก๊สในระบบย่อยเกิดจากการกลืนลมมากเกินไปและอาหารย่อยไม่หมดในลำไส้ใหญ่ เพราะทุกครั้งที่เรากลืนอาหาร เครื่องดื่มหรือแม้แต่น้ำลาย จะมีอากาศตามเข้าไปในกระเพาะเล็กน้อย อาหารที่เคลื่อนเข้าสู่กระเพาะจะถูกย่อยให้เล็กลงซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง เมื่อย่อยเสร็จแล้วสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุจะถูกดูดซึมในลำไส้เล็ก ส่วนที่ไม่ถูกย่อยหรือของเสียจะเคลื่อนเข้าสู่ลำไส้ใหญ่เพื่อรอการขับถ่าย แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่จะเริ่มย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตที่ระบบย่อยไม่สามารถย่อย ได้และผลิตแก๊สออกมา

เรอ
   การเรอมักเกิดขึ้นหลังการกินอาหารเพื่อขับลมออกจากกระเพาะอาหาร โดยปกติกระเพาะอาหารของเราผลิตลมในท้องเองไม่ได้ แต่เกิดจากการกลืนน้ำลาย อาหาร เครื่องดื่มโดยเฉพาะชนิดที่มีแก๊สคาร์บอเนต ยิ่งกลืน(กิน-ดื่ม)มากเท่าไรก็ยิ่งมีอากาศเข้าไปมากเท่านั้น และยิ่งทำให้เรอมากขึ้น การเรอไม่ใช่ปัญหาใหญ่ อาจใช้ยาช่วยได้และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส

ท้องอืด
   ผู้หญิงมีอาการท้องอืดหลังอาหารมากกว่าผู้ชายโดยไม่ทราบสาเหตุ มักเกิดจากการบีบตัวอย่างไม่ปกติของกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนบน หรือการคลายตัวของกล้ามเนื้อท้อง ปัจจุบันมียากระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะและลำไส้เล็กส่วนบน จึงช่วยลดอาการท้องอืดลงได้

   อาการท้องอืดอาจเป็นส่วนหนึ่งของโรคลำไส้แปรปรวน (irritable bowel syndrome) ซึ่งความเครียด และความวิตกกังวลเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาการกำเริบ ท้องอืดยังอาจเกิด เพราะอาหารเคลื่อนตัวจากกระเพาะสู่ลำไส้ช้าผิดปกติ การดูดซึมอาหารผิดปกติ หรือได้รับการผ่าตัดระบบทางเดินอาหาร ทำให้มีแก๊สเกิดขึ้นในปริมาณมาก การวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงทำได้โดยการเอ็กซเรย์และส่องกล้อง ในกรณีที่ท้องอืดจากระบบย่อยไม่ยอมรับอาหารที่กินหรือกินเร็วเกินไป ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดปัญหาและกินให้ช้าลง

แก๊สจากลำไส้ใหญ่
   ลำไส้ใหญ่เป็นส่วนที่ของเสียถูกพักไว้เพื่อรอขับถ่าย ทำให้มีแบคทีเรียหลายชนิดอาศัยอยู่ มีทั้งชนิดที่เป็นประโยชน์และก่อให้เกิดปัญหา แต่แบคทีเรียส่วนใหญ่มักจะสร้างปัญหา โดยใช้อาหารที่ระบบย่อยของคนเราย่อยไม่ได้มาเป็นอาหาร ซึ่งแบคทีเรียบางชนิดจะผลิตแก๊สมีเทนและไฮโดรเจน และอาจผลิตแก๊สได้มากถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผายลม(ที่มีกลิ่นเหม็น)โดยกลั้นไม่อยู่
อาหารที่แบคทีเรียเหล่านี้ชื่นชอบเป็นพิเศษคือคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลที่ย่อยยากบางชนิด

    * ฟรุคโตส เป็นน้ำตาลธรรมชาติในผลไม้และน้ำผลไม้ น้ำเชื่อมที่ทำจากข้าวโพดซึ่งใช้ผสมเครื่องดื่ม คนส่วนใหญ่มีปัญหาในการย่อยฟรุคโตส จึงทำให้เกิดแก๊สมาก
    * แลคโตส เป็นน้ำตาลธรรมชาติพบในนม  ผู้ที่ระบบย่อยผลิตเอ็นไซม์แลคโตสไม่พอหรือเอนไซม์ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น จึงย่อยนมได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดแก๊ส ปวดท้อง และท้องเสียได้ อาจใช้วิธีเลี่ยงไปกินโยเกิร์ตแทนเพราะแบคทีเรียในโยเกิร์ตจะช่วยย่อยน้ำตาล ในนมได้
    * แรฟฟิโนส เป็นน้ำตาลธรรมชาติที่พบในถั่วและผักบางชนิดเช่น คะน้า บร็อคโคลี กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ
    * ซอร์บิทอล คือน้ำตาลแอลกอฮอล์ซึ่งใช้ทดแทนน้ำตาลเพื่อการควบคุมน้ำหนัก พบมากในลูกอม หมากฝรั่งและขนมหวาน ถ้ารับประทานมากเกินไปอาจทำให้ท้องเสียได้

   อย่างไรก็ตาม อาหารประเภทเดียวกันอาจไม่ทำให้เกิดแก๊สในท้องเท่ากันเสมอไป ขึ้นอยู่กับความสามารถในการย่อยอาหารของแต่ละคนด้วย การปรับเปลี่ยนหรือหลีกเลี่ยงชนิดอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สก็อาจลดปัญหาลมเสีย ในระบบย่อยอาหารได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายสม่ำเสมอยังช่วยเร่งแก๊สให้เคลื่อนสู่ลำไส้เร็วขึ้น ลดอาการท้องอืดและช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ

เทคนิคลดแก๊สในระบบย่อย
    * ลดลมในท้อง เช่น งดการสูบยาเส้น บุหรี่ ซิการ์ หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่ง ลูกอม ดื่มน้ำโดยใช้หลอด หรือดื่มจากขวด  เลี่ยงอาหารที่มีแก๊ส เช่น เครื่องดื่มอัดแก๊ส น้ำอัดลม วิปครีม ยาฟองฟู่ มิลค์เชค น้ำผลไม้ น้ำผึ้ง ฟรุคโตส
    * กินให้ช้าลง การกินเร็วกลืนเร็วจะทำให้กลืนอากาศ เข้าไปมากขึ้น รวมทั้งหลีกเลี่ยงการพูดคุยในระหว่างกินอาหารเพื่อไม่ให้อากาศเข้าสู่ระบบ ย่อยมากเกินไป
    * ถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้ค่อยๆเพิ่มปริมาณอาหารเจ้าปัญหา หากต้องเพิ่มอาหารที่มีใยอาหารสูงและอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส ควรค่อยๆเพิ่มเพื่อให้ระบบย่อยได้ปรับตัวและอย่าลืมดื่มน้ำเพิ่มขึ้น
    * จดบันทึกอาหารสร้างปัญหา โดยหมั่นสังเกตอาการของตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นๆ

โหวต(+ให้คะแนนบทความ)

 



 

   
ขอบคุณข้อมูลจาก healthandcuisine.com


เข้าชม : 62189


สาระน่ารู้อื่นๆ 5 อันดับล่าสุด

      เสื้อติดซิป...แรงบันดาลใจจากตำรวจไทย 29 / พ.ย. / 2557
      ทำความรู้จักกับ....ไวรัสอีโบลา 20 / ส.ค. / 2557
      2012-2015 เตรียมรับมือพายุสุริยะ 10 / ธ.ค. / 2555
      1 ตำรวจ 1 โรงเรียน 23 / ก.ค. / 2555
      11 สุดยอดอาหารบำรุงสมองและความจำ 18 / ก.พ. / 2555


   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ตำรวจภูธรภาค1 /ตำรวจภูธรภาค2 /ตำรวจภูธรภาค3 /ตำรวจภูธรภาค4 /ตำรวจภูธรภาค5 /ตำรวจภูธรภาค6 /ตำรวจภูธรภาค7 /ตำรวจภูธรภาค8 /ตำรวจภูธรภาค9

   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค1 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค2 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค3 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค4 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค6
   /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค7่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค8่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค9

powered by maxsite 1.10
แลกลิงค์ นำ code ไปติดที่เว็บแล้วแจ้งทาง Email หรือ webboard