[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 เมนูหลัก
  ประวัติความเป็นมา  
  กองร้อยที่ 1  
  กองร้อยที่ 2  
  กองร้อยที่ 3  
  กองร้อยที่ 4  
  กองร้อยที่ 5  
  กองร้อยที่ 6 (สมทบ)  
  ระเบียบกองทุนและสวัสดิการฯ  
  กองทุนรุ่น33.  
  หน้าหลักเว็บบอร์ดใหม่  
  สมัครสมาชิก  
  ผู้บังคับบัญชา ตร.ภ.2  
     
 ความทรงจำของพวกเรา
 

ชีวิตในกองร้อย

 
ปฏิทินกิจกรรม
 
<< เมษายน 2560 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

รายการกิจกรรมทั้งหมด
 
เว็บไซต์แนะนำ
   

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์
   
 
มุมนักเสี่ยงโชค
 
 
หนังสือพิมพ์ / ระบบ Email
   



 


  

สาระน่ารู้อื่นๆ
เมาแล้วขับ

ศุกร์ ที่ 4 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554


เมาแล้วขับ

 

               อุบัติเหตุบนท้องถนน นับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น  อุบัติภัยจราจรทำให้เกิดการสูญเสียนานัปการ ประชากรโดยเฉพาะในวัยหนุ่มสาวเสียชีวิต บุคคลในครอบครัวขาดผู้ที่เป็นที่รัก ถ้าไม่เสียชีวิตก็ได้รับบาดเจ็บหรือพิการ ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ความประมาทเป็นเพียงสาเหตุหนึ่ง แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ      “เมาแล้วขับ” จากสาเหตุดังกล่าวทำให้ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร รวมทั้งทุกภาคส่วน ได้  ร่วมกันรณรงค์ ช่วยกันป้องกันเพื่อให้สาเหตุประการหลังไม่เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นน้อยที่สุด  บทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดความรับผิดทางอาญาของ “ผู้เมาแล้วขับ” เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สาเหตุดังกล่าวลดน้อยลง

               พระราชบัญญํติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓(๒) ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น... เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจสั่งให้ผู้ขับขี่หยุดรถได้ตามมาตรา ๑๔๒ วรรคหนึ่ง เพื่อทำการทดสอบว่าผู้ขับขี่เมาสุราหรือไม่ ตามมาตรา ๑๔๒ วรรคสอง และในกรณีผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบให้มีอำนาจกักตัวเพื่อทำการทดสอบได้ตามมาตรา ๑๔๒ วรรคสาม
 การทดสอบผู้ขับขี่ว่าเมาสุราหรือไม่ ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ.๒๕๓๗) คือ ๑. ตรวจวัดลมหายใจด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจหรือทดสอบ  โดยวิธีเป่าลมหายใจ ๒. ตรวจวัดจากปัสสาวะ ๓. ตรวจวัดจากเลือด  

              ถึงแม้จะมีถึง ๓ วิธีการ ก็ตาม แต่การตรวจวัดตาม ๒หรือ๓ จะใช้ได้เฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถทดสอบตาม๑ ได้เท่านั้น ผลของการตรวจสอบถ้าปรากฎว่าผู้ขับขี่เมาสุรา จะเป็นความผิดตามมาตรา ๑๔๒ ที่มีโทษตามมาตรา ๑๖๐ คือ จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ต้องส่งเรื่องให้ศาลพิพากษาคดี ปรับชั้นพนักงานสอบสวนไม่ได้ ต้องถูกควบคุมตัว พิมพ์มือเพื่อตรวจสอบประวัติ)
                        

              ในทางปฏิบัติแม้กฎหมายจะให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายก็ตาม แต่ถ้าปรากฎว่าผู้ขับขี่ไม่ยินยอมให้ทำการทดสอบในทุกกรณี   แม้จะถูกกักตัวก็ไม่ยอมให้ทำการทดสอบ (ซึ่งมีปรากฎอยู่ในปัจจุบัน) ผู้ขับขี่ไม่มีความผิดตามมาตรา ๑๔๒ แต่ผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจราจร ตามมาตรา ๑๕๔  ปรับครั้งละไม่เกินหนึ่งพันบาท  ซี่งมีโทษเบากว่าและสามารถปรับผู้ขับขี่ในชั้นพนักงานสอบสวนได้โดยไม่ต้องส่งตัวฟ้องต่อศาล
     
               เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน หรือเป็นการป้องกันมิให้เกิดอุบัติภัยจราจร รวมทั้งผู้บังคับใช้กฎหมายสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้สะดวก รวดเร็ว   โดยไม่จำเป็นต้องกักตัวผู้ขับขี่ที่ไม่ยอมให้ทำการทดสอบไว้ เห็นสมควรจะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา  ๑๔๒ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒   

 การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ตามแนวคิดของผู้เขียน กระทำได้ ๒  กรณี 

 ๑.  ผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนไม่ยินยอมให้ทดสอบ มีโทษเช่นเดียวกับผู้ที่ยินยอมให้ทดสอบและผลการทดสอบปรากฎว่าเมาสุรา คือ มีโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายฉบับอื่นในเรื่องอื่นได้บัญญัติรองรับผู้ฝ่าฝืนไม่ยินยอมให้ตรวจหรือทดสอบ เช่น ประกาศเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการตรวจหรือทดสอบว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่  ออกตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙  แก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญํติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๓  ที่บัญญํติว่า “เมื่อมีเหตุจำเป็นหรือควรเชื่อได้ว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดเสพยาเสพติด ไม่ว่าในยานพาหนะหรือสถานที่ใด ๆ ให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีอำนาจตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งผู้ฝ่าฝืนไม่ยินยอมให้ตรวจหรือทดสอบมีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท”  หรือ

 ๒. ใช้บทสันนิษฐานของกฎหมาย กล่าวคือ  ผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนไม่ยินยอมให้ทดสอบ   ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้นั้นเมาสุรา มีโทษเช่นเดียวกับผู้ที่ยินยอมให้ทดสอบและผลของการ
ทดสอบปรากฎว่าเมาสุรา  ซึ่งบทสันนิษฐานไว้ก่อน กฎหมายฉบับอื่นในเรื่องอื่น เช่น  พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๖ บัญญัติว่า “ผู้ใดอยู่ในวงการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือขัดต่อข้อความในกฎกระทรวงหรือใบอนุญาตซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเล่นด้วย ..........”


           ผู้เขียนค่อนข้างเชื่อมั่นว่า การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายกรณีใดกรณีหนึ่ง ย่อมเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจประสบอยู่  เป็นมาตรการที่เหมาะสมและสมควรที่จะนำมาใช้กับผู้รู้กฎหมายแต่ “เมาสุราแล้วขับรถ” จากนั้นใช้ช่องว่างของกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อให้ตนเองไม่ถูกดำเนินคดี ไม่ถูกฟ้องต่อศาล ในข้อหา “เมาแล้วขับ”  แต่จะถูกดำเนินคดีในข้อหาอื่นที่มีโทษเบากว่า ไม่ต้องเสียเวลาไปศาล  ปรับชั้นพนักงานสอบสวน  ไม่มีประวัติการต้องโทษ

           เทศกาลต่าง ๆ ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ผู้ใช้รถใช้ถนนขออย่าประมาท  เคารพกฎจราจรและกฎหมาย  ผิดยอมรับผิด รวมทั้งโปรดเห็นใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่มีเวลาไปพักผ่อนเช่นเดียวกับท่าน  หากท่านใด “เมาแล้วขับ” แล้วใช้ช่องว่างของกฎหมายดังกล่าวแล้ว  ผู้ปฏิบัติหน้าที่จะต้องเสียเวลาที่จะต้องใช้กลยุทธ์ที่มีอยู่ประกอบการบังคับใช้กฎหมาย เพราะกว่าจะรอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย คงใช้เวลาอีกนาน .......

พ.ต.ท.สนธยา รัตนธารส
พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ8(DSI)
อดีตพนักงานสอบสวน สภ.บ้านบึง จว.ชลบุรี
081-6133885


                                                                                                                                  
                                                                                                                                                                             
         



เข้าชม : 52514


สาระน่ารู้อื่นๆ 5 อันดับล่าสุด

      เสื้อติดซิป...แรงบันดาลใจจากตำรวจไทย 29 / พ.ย. / 2557
      ทำความรู้จักกับ....ไวรัสอีโบลา 20 / ส.ค. / 2557
      2012-2015 เตรียมรับมือพายุสุริยะ 10 / ธ.ค. / 2555
      1 ตำรวจ 1 โรงเรียน 23 / ก.ค. / 2555
      11 สุดยอดอาหารบำรุงสมองและความจำ 18 / ก.พ. / 2555


   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ตำรวจภูธรภาค1 /ตำรวจภูธรภาค2 /ตำรวจภูธรภาค3 /ตำรวจภูธรภาค4 /ตำรวจภูธรภาค5 /ตำรวจภูธรภาค6 /ตำรวจภูธรภาค7 /ตำรวจภูธรภาค8 /ตำรวจภูธรภาค9

   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค1 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค2 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค3 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค4 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค6
   /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค7่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค8่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค9

powered by maxsite 1.10
แลกลิงค์ นำ code ไปติดที่เว็บแล้วแจ้งทาง Email หรือ webboard