[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 เมนูหลัก
  ประวัติความเป็นมา  
  กองร้อยที่ 1  
  กองร้อยที่ 2  
  กองร้อยที่ 3  
  กองร้อยที่ 4  
  กองร้อยที่ 5  
  กองร้อยที่ 6 (สมทบ)  
  ระเบียบกองทุนและสวัสดิการฯ  
  กองทุนรุ่น33.  
  หน้าหลักเว็บบอร์ดใหม่  
  สมัครสมาชิก  
  ผู้บังคับบัญชา ตร.ภ.2  
     
 ความทรงจำของพวกเรา
 

ชีวิตในกองร้อย

 
ปฏิทินกิจกรรม
 
<< ธันวาคม 2560 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

รายการกิจกรรมทั้งหมด
 
เว็บไซต์แนะนำ
   

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์
   
 
มุมนักเสี่ยงโชค
 
 
หนังสือพิมพ์ / ระบบ Email
   



 


  

สาระน่ารู้อื่นๆ
การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ แทรกแซงหรือล้วงลูก

เสาร์ ที่ 29 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2552


ไม่มียุคใดอีกแล้วที่ศักดิ์ศรีของตำรวจไทยจะตกต่ำเท่ากับยุคที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งศักดิ์ศรีของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยนิด

แค่จะแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงมาถึงระดับสารวัตรยังไม่สามารถทำได้ ทั้งๆ ที่ตามกฎหมายแล้วเป็นอำนาจโดยตรงของ ผบ.ตร.

เท่านั้นยังไม่พอ นักการเมืองในยุคที่มีนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี จะจับ ผบ.ตร.ให้หันซ้าย หันขวา ก็สามารถทำได้

จะให้ ผบ.ตร.ไปไหนก็ต้องไป ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ภาคใต้ หรือให้พักร้อนก็ต้องยอมทำตาม ยกเว้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพียงแห่งเดียวที่ไม่ให้ไป

แล้วอย่างนี้ศักดิ์ศรีของ ผบ.ตร.ยังจะมีหลงเหลืออยู่อีกหรือ

ไม่รู้ว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ จะทนอยู่ในตำแหน่ง ผบ.ตร.ต่อไปเพื่ออะไร อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบก็ไม่มี

ลาออกเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตำรวจไทยเถิดท่านพัชรวาท

ตอนแรกที่นายอภิสิทธิ์ตั้งท่าจะปลด พล.ต.อ.พัชรวาทออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร. คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า พล.ต.อ.พัชรวาทเป็นอุปสรรคในการคลี่คลายคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล

แต่เอาเข้าจริงกลับเป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการลงมาถึงระดับสารวัตรที่ฝ่ายการเมืองต้องการเข้าไปล้วงลูกในการจัดโผแต่งตั้งนายตำรวจ

แนวโน้มที่นายอภิสิทธิ์จะปลด พล.ต.อ.พัชรวาทมีมาเป็นระยะๆ จนทำท่าจะเป็นจริงขึ้นมา หาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ออกมาพูดว่า "น้องชายผมผิดอะไร"

นายอภิสิทธิ์เลยจำยอมต้องขัดใจนายสนธิและพรรคพวกโดยการไม่ปลด พล.ต.อ.พัชรวาทออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร.

ทั้งนี้เพราะหากมีการปลด ผบ.ตร.คนนี้ก็มีแนวโน้มว่า พล.อ.ประวิตรจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตามไปด้วย

หาก พล.อ.ประวิตรลาออก รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็อยู่ไม่ได้ นายอภิสิทธิ์จึงจำใจต้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาทอยู่ในตำแหน่งต่อไป

แถมนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพยังออกมารับประกันให้ พล.ต.อ.พัชรวาทว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการคลี่คลายคดีลอบสังหารนายสนธิ

ถ้า พล.ต.อ.พัชรวาทไม่ได้เป็นอุปสรรคในคดีนายสนธิแล้วนายอภิสิทธิ์จะปลด ผบ.ตร.คนนี้ทำไม หากไม่ใช่เพื่อต้องการล้วงลูกในการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงมา

ทีมงานของนายอภิสิทธิ์ได้มีการต่อรอง (บีบ) ให้ พล.ต.อ.พัชรวาทเดินทางไปปฏิบัติราชการ ณ ประเทศจีน และเมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จก็ขอให้ลาพักต่ออีกระยะหนึ่ง โดยให้ พล.ต.อ.พัชรวาทรับปากว่าจะไม่มายุ่งกับการจัดทำบัญชีโยกย้ายตำรวจ หลังจากต่อรองกันเป็นที่เรียบร้อย นายอภิสิทธิ์ก็ออกมาแถลงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นข้อเสนอของ พล.ต.อ.พัชรวาทเอง

วันต่อมา พล.ต.อ.พัชรวาทออกมาโต้ทันทีว่าไม่ได้เป็นไปตามที่นายอภิสิทธิ์ออกมาแถลง งานนี้เล่นเอานายอภิสิทธิ์เสียหน้าไปหลายกิโลขีด

เมื่อ พล.ต.อ.พัชรวาทเดินทางไปประเทศจีน แทนที่นายอภิสิทธิ์จะแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร.อันดับ 1 ขึ้นรักษาการตามธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปของหน่วยราชการที่เมื่อหัวหน้าส่วนราชการไม่อยู่ก็จะตั้งรองอันดับ 1 ขึ้นมารักษาการ

ไม่เช่นนั้น จะมีการจัดอันดับอาวุโสของรอง ผบ.ตร.ไปทำไม

ธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าวเหมือนกันทุกหน่วยราชการไม่ยกเว้นแม้กระทั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ดังจะเห็นได้จากกรณีที่นายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์) ไปราชการต่างประเทศ ก็จะตั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 ขึ้นมารักษาการ

ทำไมไม่เห็นนายอภิสิทธิ์ตั้งนายกอร์ปศักดิ์ หรือ พล.ต.สนั่น ขึ้นมารักษาการบ้างเวลานายอภิสิทธิ์ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในประเทศได้

กรณีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำไมนายอภิสิทธิ์จึงไม่ยอมทำตามธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปของหน่วยราชการ นายอภิสิทธิ์กลับไปแต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา (สบ 10) ขึ้นรักษาการทั้งๆ ที่ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นรอง ผบ.ตร.เสียด้วยซ้ำ

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ประชาชนเข้าใจว่าที่นายอภิสิทธิ์ไม่ยอมแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ขึ้นรักษาการเป็นเพราะ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เป็นญาติกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อย่างไร

ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ก็เคยได้รับการแต่งตั้งให้รักษาการ ผบ.ตร.มาไม่น้อยกว่า 20 ครั้ง

การกระทำของนายอภิสิทธิ์ในครั้งนี้เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่น่าอดสูให้กับวงการตำรวจอย่างให้อภัยไม่ได้

ต่อไปภายภาคหน้าหากพรรคอื่นขึ้นมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและทำเช่นเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์ทำในครั้งนี้ คนของพรรคประชาธิปัตย์จะยังมีหน้าไปตำหนิคนอื่นได้อีกหรือ เพราะคนของตัวเองได้สร้างบรรทัดฐานไว้

ที่พูดมาทั้งหมดไม่เกี่ยวกับการแต่งตั้งว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ เรื่อง ผบ.ตร.คนใหม่ก็คงต้องว่ากันไปตามเกณฑ์ ว่าใครมีคุณสมบัติเข้าข่ายที่จะได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.กันบ้าง

ส่วนเหตุผลอีกประการหนึ่งที่นายอภิสิทธิ์ไม่ยอมแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์รักษาการ น่าจะเป็นเพราะถ้าตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ขึ้นรักษาการ การจัดทำโผตำรวจครั้งนี้อาจไม่ราบรื่นตามความต้องการของคนจากพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นได้

หวยล็อคจึงไปออกที่ พล.ต.อ.วิเชียร ซึ่งนายอภิสิทธิ์คงคิดดีแล้วว่าถ้าแต่งตั้งนายตำรวจคนนี้ขึ้นรักษาการ คนของพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถเข้าไปล้วงลูกการจัดทำบัญชีแต่งตั้งนายตำรวจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

แต่น่าสงสาร พล.ต.อ.วิเชียรที่รักษาการในตำแหน่ง ผบ.ตร.ได้เพียงไม่กี่วัน พล.ต.อ.พัชรวาทก็บินกลับประเทศไทยก่อนกำหนด และเข้าปฏิบัติภารกิจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติในตำแหน่ง ผบ.ตร.ทันที

เจอมุขนี้ของ พล.ต.อ.พัชรวาทเล่นเอานายอภิสิทธิ์งงเป็นไก่ตาแตก ทำอะไรไม่ถูกไปพักใหญ่ ไม่ยอมแม้จะตอบคำถามผู้สื่อข่าว

เดือดร้อนถึงผู้จัดการรัฐบาล (นายสุเทพ) ต้องรีบเข้าไปเคลียร์ปัญหาโดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวขอร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาทไปปฏิบัติราชการในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกระยะหนึ่ง

การแต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียรในครั้งหลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การจัดทำโผตำรวจแล้วเสร็จโดยเร็วก่อนที่ พล.ต.อ.พัชรวาทจะกลับมายึดตำแหน่งคืนอีกครั้ง

นับเป็นครั้งแรกที่ ผบ.ตร.อยู่ในประเทศไทยและยังสามารถปฏิบัติราชการได้ แต่มีการตั้งคนอื่นขึ้นมารักษาการ และก็เป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกเช่นกันที่คนแต่งตั้งผู้รักษาการ ผบ.ตร.เป็นนายกรัฐมนตรี

นี่เป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งของโลกที่สมควรได้รับการบันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊ก

ต่อไปคงวุ่นพิลึก หากนายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าส่วนราชการมีความจำเป็นต้องไปปฏิบัติราชการในต่างจังหวัด คงจะต้องมีการตั้งคนขึ้นมารักษาการตามธรรมเนียมที่นายอภิสิทธิ์ได้สร้างมาตรฐานไว้

การจับ พล.ต.อ.พัชรวาทไปแขวนไว้ไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ทั้งๆ ที่ พล.ต.อ.พัชรวาทไม่มีความผิดใดๆ จึงเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของตำรวจอย่างชัดแจ้ง แล้วอย่างนี้ กกต.ไม่สนใจจะตรวจสอบบ้างหรือ

เมื่อ พล.ต.อ.พัชรวาทไม่มีความผิด ไม่เป็นอุปสรรคต่อการคลี่คลายคดีลอบสังหารนายสนธิ ทำไมนายอภิสิทธิ์จึงไม่ให้เกียรติ ผบ.ตร.คนนี้เข้าไปมีส่วนร่วมในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ

แต่หาก พล.ต.อ.พัชรวาทมีความผิดจริง หรือบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องปลดออกหรือไม่ก็ย้าย พล.ต.อ.พัชรวาทไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้รู้แล้วรู้รอดไป อย่าปล่อยให้คาราคาซังแบบนี้

อยากทราบจริงๆ ว่าการไปปฏิบัติราชการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ พล.ต.อ.พัชรวาทในครั้งนี้ไปในฐานะตำแหน่งใด (วานผู้รู้ช่วยบอกที)

หากไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผบ.ตร. แล้วจะตั้ง พล.ต.อ.วิเชียรขึ้นมารักษาการในตำแหน่ง ผบ.ตร.ได้อย่างไร อย่างนี้ไม่เท่ากับสำนักงานตำรวจแห่งชาติมี ผบ.ตร. 2 คนหรือ

คนหนึ่งเขตอำนาจครอบคลุม 73 จังหวัด ส่วนอีกคนหนึ่งเขตอำนาจครอบคลุมเพียง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

แล้วอย่างนี้ พล.ต.อ.วิเชียรจะสามารถสั่งการตำรวจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ฟังดูก็พิลึกพิลั่นอย่างไรชอบกล

ปรากฏว่าในที่สุด พล.ต.อ.พัชรวาทก็กลับจากการปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนที่โผการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงมาจะแล้วเสร็จ และมาทันเข้าประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ในวันที่ 20 สิงหาคม 2552 ซึ่งมีวาระการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่

การกลับมาของ พล.ต.อ.พัชรวาทในครั้งนี้ทำให้นายอภิสิทธิ์ไม่สามารถแต่งตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็น ผบ.ตร.ได้

สิ่งนี้ได้สร้างความอับอายให้นายอภิสิทธิ์จนทำให้นายอภิสิทธิ์ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจที่สุดแสนจะถนัดนั่นก็คือการปาฐกถาในเย็นวันที่ 20 สิงหาคมได้

นายอภิสิทธิ์จึงได้สั่งให้เลื่อนการประชุมเพื่อแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ออกไปโดยไม่มีกำหนด

ทั้งนี้คาดว่านายอภิสิทธิ์จะต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้การแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่เป็นไปตามความต้องการของนายอภิสิทธิ์และพลพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะใช้วิธีการใต้ดินหรือบนดิน

แม้กระทั่งการโยกย้าย พล.ต.อ.พัชรวาทไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็ไม่อยู่นอกเหนือวิสัยที่นายอภิสิทธิ์จะดำเนินการ

แล้วอย่างนี้ไม่เรียกว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของตำรวจแล้วจะให้เรียกว่าอย่างไร

มีใครในพรรคประชาธิปัตย์คนไหนบ้างที่จะสามารถอธิบายเรื่องนี้ให้ประชาชนเข้าใจในการกระทำของนายอภิสิทธิ์ในครั้งนี้ได้

แต่ขอร้องอย่าให้นายเทพไท เสนพงศ์ มาเป็นคนอธิบายเรื่องนี้เป็นอันขาด เพราะนายคนนี้ผีเจาะปากให้พูดได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะไร้สาระแค่ไหน

และตำรวจอีกกว่าสองแสนคนจะปล่อยให้ พล.ต.อ.วิสุทธิ์ กิตติวัฒน์ นายกสมาคมตำรวจ ออกมาต่อสู้เรื่องนี้อย่างโดดเดี่ยวอย่างนั้นหรือ

จะปล่อยให้นักการเมืองเพียงไม่กี่คนมาย่ำยีศักดิ์ศรีของตำรวจ โดยพวกท่านงอมือ งอเท้า ไม่ยอมทำอะไรเลยกระนั้นหรือ

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือเป็นเวรกรรมของตำรวจไทย และคงต้องปล่อยให้ตำรวจถูกย่ำยีต่อไปก็แล้วกัน

บาทความจาก มติชน

เข้าชม : 73467


สาระน่ารู้อื่นๆ 5 อันดับล่าสุด

      เสื้อติดซิป...แรงบันดาลใจจากตำรวจไทย 29 / พ.ย. / 2557
      ทำความรู้จักกับ....ไวรัสอีโบลา 20 / ส.ค. / 2557
      2012-2015 เตรียมรับมือพายุสุริยะ 10 / ธ.ค. / 2555
      1 ตำรวจ 1 โรงเรียน 23 / ก.ค. / 2555
      11 สุดยอดอาหารบำรุงสมองและความจำ 18 / ก.พ. / 2555


   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ตำรวจภูธรภาค1 /ตำรวจภูธรภาค2 /ตำรวจภูธรภาค3 /ตำรวจภูธรภาค4 /ตำรวจภูธรภาค5 /ตำรวจภูธรภาค6 /ตำรวจภูธรภาค7 /ตำรวจภูธรภาค8 /ตำรวจภูธรภาค9

   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค1 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค2 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค3 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค4 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค6
   /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค7่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค8่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค9

powered by maxsite 1.10
แลกลิงค์ นำ code ไปติดที่เว็บแล้วแจ้งทาง Email หรือ webboard