[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 เมนูหลัก
  ประวัติความเป็นมา  
  กองร้อยที่ 1  
  กองร้อยที่ 2  
  กองร้อยที่ 3  
  กองร้อยที่ 4  
  กองร้อยที่ 5  
  กองร้อยที่ 6 (สมทบ)  
  ระเบียบกองทุนและสวัสดิการฯ  
  กองทุนรุ่น33.  
  หน้าหลักเว็บบอร์ดใหม่  
  สมัครสมาชิก  
  ผู้บังคับบัญชา ตร.ภ.2  
     
 ความทรงจำของพวกเรา
 

ชีวิตในกองร้อย

 
ปฏิทินกิจกรรม
 
<< ธันวาคม 2560 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

รายการกิจกรรมทั้งหมด
 
เว็บไซต์แนะนำ
   

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์
   
 
มุมนักเสี่ยงโชค
 
 
หนังสือพิมพ์ / ระบบ Email
   



 


  

สาระน่ารู้อื่นๆ
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี

พฤหัสบดี ที่ 6 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2552


          นอกจากรับรู้กันแล้วว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เคยเป็น หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (นรป.) ก่อนคืนรังสู่อ้อมอก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาทำหน้าที่ รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง ทว่า วันนี้ พล.ต.อ.วิเชียร ยังพ่วงเก้าอี้ ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง (ศรส.ลต.ตร.) ซึ่งโชว์ผลงานคุมเกมวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ได้อย่างราบคาบ...สมราคาที่ได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบงานด้านนี้


         ความเหนือชั้นของ ศรส.ลต.ตร.คือ ระบบออนไลน์อันล้ำสมัย นำโด่งด้วยข้อมูลร้อนฉ่า มิหนำซ้ำยังประเมินผลจากหน่วยออกเสียง 8.8 หมื่นแห่งทั่วประเทศได้แบบรวดเร็วทันใจ จนสามารถตั้งเข็มทิศการเมืองได้ตั้งแต่ไก่โห่...ถือเป็นการพลิกมิติใหม่ของตำรวจ ซึ่งต้องเตรียมรับศึกเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น 23 ธ.ค.นี้ แต่คงไม่ใช่เรื่องน่าห่วงอีกต่อไป!!
พล.ต.อ.วิเชียร เปิดห้องทำงานชั้น 3 สตช.ให้สัมภาษณ์พิเศษ "สำนักข่าวบีเอชซี" ว่า ต้องยกความดีให้เพื่อนตำรวจกว่า 1.8 แสนนาย ที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ และหากไม่ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจาก ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศกลาง สตช. และ ทีมบริหารระบบโครงข่ายของ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ที่อดตาหลับขับตานอนตลอดช่วงที่เปิดศูนย์ ศรส.ลต.ตร. ก็คงไม่ได้เห็นผลงานชั้นเยี่ยมแบบนี้เด็ดขาด


        แต่หากไม่ได้วิสัยทัศน์อันกว้างไกล และมีการวางแผนอย่างเป็นระบบเสียแล้ว งานที่เห็นว่าง่ายดายก็อาจทำให้ตำรวจผู้ปฏิบัติต้องปวดเศียรเวียนเกล้า และสะดุดปัญหาแบบไม่รู้จบก็เป็นได้ ฉะนั้น หลักคิดและมุมมองของผู้นำจึงเป็น "ธงนำ" สำคัญที่สุด ซึ่งมองได้ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ คงเล็งเห็นจุดนี้ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.วิเชียร ดูแลงานนี้ และเป็นความท้าทายของนายตำรวจผู้ก้าวข้ามกำแพงวังมารับภารกิจสำคัญที่ตกลงบนสองบ่าอย่างไม่ต้องสงสัย
ด้วยบุคคลิก พล.ต.อ.วิเชียร ซึ่งเป็นสุภาพบุรุษ เคร่งขรึม และ พูดน้อย อาจทำให้สังคมมองว่า เขาจะรับมือการเลือกตั้งทั่วไปได้ดีแค่ไหนกัน? กับคำถามนี้ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ประสบการณ์จากวันลงประชามติ ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการต่อยอดการทำงาน และน่าพอใจระดับหนึ่ง สามารถจับกุมผู้กระทำผิดความผิดเกี่ยวกับออกเสียง ตั้งแต่วันที่ 5-20 ส.ค.ได้ทั้งหมด 26 คดี สิ่งที่เห็นคือ ตำรวจสามารถดูแลความเรียบร้อยให้การลงประชามติผ่านไปด้วยดี


        "ผมเชื่อมั่นว่าถ้าหากเริ่มต้นได้ดี ก้าวต่อไปของการทำงานไม่น่าจะมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ หากมีการศึกษาข้อมูล และนำมาวิเคราะห์สถานการณ์ก็จะแก้ปัญหาได้ตรงจุด สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายในการรับมือการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง..."
เมื่อย้อนไปดูปูมหลังของ พล.ต.อ.วิเชียร เขาคือลูกอีสานขนานแท้ เกิดที่ จ.ขอนแก่น ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท กทม. เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 28 ร่วมรุ่น พล.ต.ท.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ฯลฯ และพ่วงปริญญาโท 3 สถาบัน จาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กฎหมายเศรษฐกิจ ม.เกษตรศาสตร์ และ คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ รวมทั้ง จบหลักสูตรบริหารงานตำรวจจากอังกฤษ อีกด้วย


        พล.ต.อ.วิเชียร เล่าให้ฟังว่า ต้นแบบในการใช้ชีวิตล้วนมีรากฐานมาจากคำสั่งสอนและการเคี่ยวกรำของ คุณพ่อพจน์ ทั้งสิ้น บุคลิกที่สุขุมลุ่มลึก ณ วันนี้ ก็เนื่องจากการอบรมของผู้เป็นพ่อที่เคยเป็นครูบาอาจารย์มาก่อน และยังเสริมส่งให้เรียนเก่งวิชาวิทยาศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษ ดังนั้น เป้าหมายในวัยเด็กจึงอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ อยากเป็นคนมีชื่อเสียง และไม่เคยคิด "อยากเป็นตำรวจ" เลยแม้แต่น้อย


         เพราะ ด.ช.วิเชียร เป็นเด็กฉลาดและมุ่งมั่นใฝ่ดี ทำให้เขามุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มาหาที่เรียนชั้น ม.ปลาย และเลือกสอบเข้าเตรียมอุดมฯ ถึงแม้คุณพ่อไม่อยากให้มาสอบ เพราะพี่ชายคนโตเคยเข้ามาเรียนแล้วไม่ประสบความสำเร็จจึงกลัวจะซ้ำรอยเดิม แต่ท้ายที่สุดเขาก็สอบเข้าจนได้ ระหว่างนั้นก็ยังไปสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส (AFS) ไปเรียนฟรีที่สหรัฐได้อันดับ 1 แต่ไม่ได้ไป เพราะคุณพ่อปิดบังเอาไว้ ไม่อยากให้จากอกไปไหนไกล


         จุดพลิกผันชีวิตทำให้เพื่อนสนิท พล.ต.อ.วิเชียร ที่ชื่อ ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ ปัจจุบันคือ เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเจนีวา เพื่อนสนิทสอบได้อันดับ 2 ได้ไปเรียนแทน ว่ากันว่าคนลิขิต ยังไม่สู้ฟ้าลิขิต จากเดิมทีครอบครัวอยากให้เรียนด้านเกษตรกรรมจะได้กลับขอนแก่นทำนาทำไร่ แต่ พล.ต.ต.พิชัย ชำนาญไพร ลูกพี่ลูกน้อง พล.ต.อ.วิเชียร ก็ยุให้ไปสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อเป็นการเอาใจทั้งคู่ พล.ต.อ.วิเชียร จึงสอบได้ทั้ง ม.เกษตรศาสตร์ และเป็นตำรวจสมใจ


        ความหลังครั้งนั้น พล.ต.อ.วิเชียร เล่าว่า พอเริ่มเข้าปี 1 มีความรู้สึกว่าเลือกอาชีพผิด เพราะบุคลิกเงียบขรึมควรจะเป็นผู้พิพากษามากว่า และยังมองว่า ตำรวจ เป็นทั้งเทพและมารอยู่ในตัว แต่ตอนหลังความคิดนี้ก็เปลี่ยนไป มาคิดได้ว่าเป็นตำรวจก็สามารถเป็นสถานสงเคราะห์ได้เหมือนกัน หรือสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ เมื่อขึ้นปี 2 ได้รับคำแนะนำจาก "อาจารย์ป๋อม" พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ให้ไปเรียนปริญญาโทที่นิด้า เพื่อความก้าวหน้าในอนาคต


แรงผลักดันนี้เองได้เปลี่ยนวิถีโคจรชีวิตอีกครั้ง และทำให้ พล.ต.อ.วิเชียร ยิ่งตั้งใจมากขึ้น และโหมเรียนอย่างหนัก สุดท้ายก็สอบเข้าเรียนนิด้าได้ สมัยนั้นถือว่ายากมาก แต่เขาสอบได้พร้อมกัน 3 วิชา จนพวกรุ่นพี่ รุ่น 22 ต้องขอดูตัวสงสัยว่า ทำไมมันเก่งมาจากไหน สำหรับที่นิด้า พล.ต.อ.วิเชียร ใช้เวลาเรียน 1 ปีครึ่งก็สำเร็จการศึกษา และทำให้มุมคิดเปลี่ยนไป หลายคนบอกว่าเป็นตำรวจเหมือนเหาะเหินเดินอากาศได้ แต่เขาคิดต่างมุมว่า เป็นตำรวจเหมือนมีขาเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว 1 ข้างมากกว่า (ฮา)


หลังพ้นรั้วแดง-กำแพงเหลือง ในปี 2518 รุ่งขึ้นอีกปีก็ปรากฎชื่อ ร.ต.อ.วิเชียร ในสารระบบดาวเงิน เพราะอานิสงส์ปริญญาโทจากนิด้า ผู้กองฯ วิเชียร วัย 23 ปี บรรจุเป็น รอง สว.ผ.5 สืบสวนพระนครบาลเหนืออยู่ชุดไล่ล่าแก๊งลักรถยนต์ ก่อนถูกดึงตัวเป็น ผู้ช่วยนายเวร พล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น อธิบดีกรมตำรวจ (อ.ตร.) ครองยศ พ.ต.ต. ขณะอายุ 27 ปี ก่อนโยกไปอยู่กับ พล.ต.ท.สนั่น ตู้จินดา ผู้ช่วย อ.ตร. ซึ่งให้ความเอ็นดูอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ได้ขึ้น รอง ผกก. เพราะยังถือว่าเด็กอยู่มาก


การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองช่วงปี 2524 และเกิดกบฏเมษาฮาวาย ทำให้จังหวะชีวิต สารวัตรวิเชียร พลิกไปอีกระลอก หลังได้รับการทาบทามจาก พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร หัวหน้า นรป.เรียกไปพบ และชวนมาเป็นตำรวจราชสำนัก ได้ขึ้นเป็น รอง ผกก. ครองยศ พ.ต.ท.ช่วยราชการในวังสวนจิตรลดา หลังจากนั้นเขาเติบโตเป็นตำรวจสายวังตลอดมา ตั้งแต่ระดับ ผกก.เรื่อยมาจนถึง หัวหน้า นรป. ครองยศ พล.ต.อ. ปี 2545 กล่าวกันว่า "หนุ่มที่สุด" และมีอายุราชการอีก 6 ปี กว่าจะเกษียณ !!
เล่าถึงตรงนี้ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวด้วยเสียงทุ้มเบาๆ ว่า ถือเป็นโชคดีที่สุด ได้รับใช้ใต้เบื้องยุคลบาทอย่างใกล้ชิด มีโอกาสตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงค์ไปทุกตารางนิ้วของประเทศไทย และยิ่งซาบซึ้งใจที่สุดได้เห็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยพสกนิกร ไม่เคยทอดทิ้งความเดือดร้อนประชาราษฎร์ แม้ในยามค่ำคืนยังทรงสดับวิทยุข่ายตำรวจ ทำให้ทรงทราบเหตุการณ์ตลอด

พระอัจฉริยะด้านวิทยุสื่อสารนั้นเพื่อพสกนิกรโดยแท้จริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดต่อวิทยุทางข่าย "ปทุมวัน" กรมตำรวจ (ขณะนั้น) ข่าย "ผ่านฟ้า" กองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมทั้ง ข่าย "สายลม" กรมไปรษณีย์โทรเลข ฯลฯ ทรงมีนามเรียกขานนักวิทยุสมัครเล่น HS1A และยังทรงติดตามเฝ้าฟังข่ายวิทยุราชการ เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือไปดำเนินการแก้ไขได้ทันในเวลาอันรวดเร็ว


"ไม่ว่าพระองค์จะประทับอยู่ ณ ที่ใด สิ่งที่ทรงขาดไม่ได้คือ การสดับรับฟังข่าวทุกข์สุขของประชาชน ผ่านทางวิทยุสื่อสาร หากมีข่าวสำคัญที่มีผลกระทบต่ออาณาประชาราษฎร์และประเทศชาติ จะรับสั่งสอบถามรายละเอียดไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีพระราชกระแสแนะนำกลับไปอย่างทันท่วงที"


ประสบการณ์ครั้งหนึ่งขณะตามเสด็จฯ เมื่อปี 2528 พล.ต.อ.วิเชียร ยังจำภาพความประทับใจต่อองค์พระประมุขของชาติได้อย่างติดตา ทรงเสด็จฯ ส่วนพระองค์ไปทอดพระเนตรน้ำท่วมกรุงเทพฯ ละแวกบางขุนเทียน ซึ่งนายตำรวจราชสำนัก รู้ล่วงหน้าไม่ถึง 1 ชั่วโมง ทำให้การจราจรติดขัดมาก แต่พระองค์ไม่ทรงปริปาก


ภาพสองข้างทางมีชาวบ้านกำลังขุดดิน เพื่อเปิดร่องให้น้ำไหล และรถประจำพระองค์ติดพอดี ชาวบ้านเห็นเข้าก็ทิ้งจอบก้มลงหมอบกราบ น้ำตาไหลด้วยความปลื้มปีติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเดือดร้อนด้วย และเป็นภาพที่ติดตาติดใจจนทุกวันนี้
ครั้งนั้น พล.ต.อ.วิเชียร คือ ผู้ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ในปี 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จฯ บนรางรถไฟที่ถูกน้ำท่วมย่านบางบอน เวลาที่เสด็จฯ ไปถึง พระองค์ทรงนั่งซักถามข้อมูลเรื่องระดับน้ำ เรื่องธารน้ำไหล ทรงประทับพับเพียบมีชาวบ้านนั่งทางมะพร้าวอยู่แบบนั้น ตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 โมง ไม่ทราบว่าพระองค์ทรงทำได้อย่างไร


"ผมจำได้วันนั้นแดดแรง อากาศร้อนมาก แม้แต่ทหารราชองครักษ์ และ ตำรวจที่ถวายอารักขา ยังต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ หรือ กินข้าวบ้าง แต่พระองค์ทรงนั่งซักถามชาวบ้าน พระองค์ทรงเป็นเหมือนเทพมากกว่า" รอง ผบ.ตร. กล่าวอย่างซึ้งใจ
พระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรนี้เองที่สอนใจ พล.ต.อ.วิเชียร ไม่ให้ยึดติดในลาภ ยศ และ สรรเสริญ ต่างๆ นานา ที่เข้ามากระทบความรู้สึก และทำให้เข้าใจหลักชีวิตมากยิ่งขึ้น เขาชอบวิชาปรัญชามากถึงขนาดแอบไปเรียน ม.รามคำแหง เพื่อค้นหาคำตอบของตัวเองอยู่พักใหญ่ และยังจำหลักปรัชญาได้ขึ้นใจ...


มนุษย์ต่างเกิดมาเพื่อช่วยกันสร้างสรรค์สังคม คนที่แข็งแรงต้องช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า เพื่อสังคมที่ผาสุก เพราะมนุษย์ทุกคนต่างเท่าเทียมกันหมด จึงทำให้เป็นคนติดดิน ไม่คิดทะเยอทะยานจนเกินตัว รักในสิ่งที่ทำและปฏิบัติให้เต็มความสามารถ
สำหรับตำแหน่งปัจจุบัน ผู้อำนวยการ ศรส.ลต.ตร. เป็นเรื่องยากที่จะเลี่ยงการปะทะกับแรงเสียดทานการเมือง แถมตำรวจยังถูกแรงกดดันรอบทิศทางหวังให้ "เลือกข้าง" อีกต่างหาก แต่ พล.ต.อ.วิเชียร ก็ย้ำจุดยืนว่า เขาจะวางตัวเป็นกลางที่สุด ไม่เลือกเข้าข้างฝ่ายใดเด็ดขาด ตามนโยบายของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถ้าพบการกระทำความผิด หรือการกระทำความผิดซึ่งหน้าจะจับกุมดำเนินคดีทันที
ความท้าทายของ พล.ต.อ.วิเชียร ครั้งนี้ นอกจากระบอบประชาธิปไตยใบใหม่แล้ว ก็ยังล่อแหลมต่ออนาคตในหน้าที่ราชการเป็นเดิมพันของแถมอีกด้วย หากอำนาจเกิด "เปลี่ยนขั้ว" กระทันหัน...


แต่คำถามนี้ดูเหมือนจะหยุดเขาไว้ไม่ได้อีกต่อไป พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ไม่มีอะไรจะหนักหนาสาหัสไปกว่านี้แล้ว ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ผลงานในการเลือกตั้งปลายปีนี้จะดีที่สุด และขอย้ำด้วยว่าที่ก้าวมายืนตรงจุดนี้ ไม่ได้มาทางลัด แต่มีความสามารถ 100 % พร้อมทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติได้เสมอ

 



เข้าชม : 61441


สาระน่ารู้อื่นๆ 5 อันดับล่าสุด

      เสื้อติดซิป...แรงบันดาลใจจากตำรวจไทย 29 / พ.ย. / 2557
      ทำความรู้จักกับ....ไวรัสอีโบลา 20 / ส.ค. / 2557
      2012-2015 เตรียมรับมือพายุสุริยะ 10 / ธ.ค. / 2555
      1 ตำรวจ 1 โรงเรียน 23 / ก.ค. / 2555
      11 สุดยอดอาหารบำรุงสมองและความจำ 18 / ก.พ. / 2555


   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ตำรวจภูธรภาค1 /ตำรวจภูธรภาค2 /ตำรวจภูธรภาค3 /ตำรวจภูธรภาค4 /ตำรวจภูธรภาค5 /ตำรวจภูธรภาค6 /ตำรวจภูธรภาค7 /ตำรวจภูธรภาค8 /ตำรวจภูธรภาค9

   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค1 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค2 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค3 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค4 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค6
   /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค7่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค8่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค9

powered by maxsite 1.10
แลกลิงค์ นำ code ไปติดที่เว็บแล้วแจ้งทาง Email หรือ webboard