[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 เมนูหลัก
  ประวัติความเป็นมา  
  กองร้อยที่ 1  
  กองร้อยที่ 2  
  กองร้อยที่ 3  
  กองร้อยที่ 4  
  กองร้อยที่ 5  
  กองร้อยที่ 6 (สมทบ)  
  ระเบียบกองทุนและสวัสดิการฯ  
  กองทุนรุ่น33.  
  หน้าหลักเว็บบอร์ดใหม่  
  สมัครสมาชิก  
  ผู้บังคับบัญชา ตร.ภ.2  
     
 ความทรงจำของพวกเรา
 

ชีวิตในกองร้อย

 
ปฏิทินกิจกรรม
 
<< พฤษภาคม 2560 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

รายการกิจกรรมทั้งหมด
 
เว็บไซต์แนะนำ
   

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์
   
 
มุมนักเสี่ยงโชค
 
 
หนังสือพิมพ์ / ระบบ Email
   



 


  

สาระน่ารู้อื่นๆ
ทำความรู้จักกับ....ไวรัสอีโบลา

พุธ ที่ 20 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2557


                        เป็นที่หวาดผวากันไปทั่วโลก เมื่อพบผู้ป่วยตายด้วยโรคอีโบลาซึ่งการแพร่ระบาดได้เริ่มต้นขึ้นในกินีก่อนลามไปยังไลบีเรีย เซียร์ราลีโอนและไนจีเรีย และตอนนี้ได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วกว่า 1,103 ศพ รวมถึงมิเกล ปาคาเรซ บาทหลวงคริสตจักรคาทอลิกวัย 75 ปีชาวสเปน ซึ่งเป็นชาวยุโรปคนแรกที่ต้องเสียชีวิตด้วยเชื้อไวรัสชนิดร้ายแรงนี้

            อีโบลา หรือ โรคไวรัสอีโบลา เริ่มระบาดครั้งแรกในปี ค.ศ. 1976 หรือประมาณปี พ.ศ.2519 ในเมือง Nzaraประเทศซูดาน และเมือง Yambuku สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ใกล้กับแม่น้ำ สกุลของไวรัสอีโบลา Ebolavirus นี้ เป็น 1 ใน 3 ของสกุลที่อยู่ในวงศ์ของเชื้อไวรัส มี 5 ชนิด และหนึ่งใน 5 พบในประเทศฟิลิปปินส์ กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน โดยทุกชนิดสามารถติดในมนุษย์ได้ไม่มีอาการป่วย หมายถึง แพร่ระบาดจากคนสู่คน ได้เลย ความร้ายแรงของ อีโบลา ทำให้เกิดความหวั่นวิตกไปทั่วโลกทางตะวันตกและเอเซีย ต่างเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลามากขึ้น หลังจากมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลายประเทศ   เพราะโรคไวรัสอีโบลา หรือไข้เลือดออกอีโบลา เป็นโรคยังไม่มียารักษา บุคคลรับโรคนี้ครั้งแรกใกล้แม่น้ำอีโบลา เมื่อสัมผัสกับเลือดหรือสารน้ำในร่างกายจากสัตว์ที่ติดเชื้อมันอาจเป็น  ลิง หรือ ค้างคาวผลไม้ โดยแพทย์เชื่อว่า ค้างคาวผลไม้เป็นตัวพาหะ และแพร่โรคโดยไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัส เมื่อติดเชื้อแล้วโรคอาจแพร่จากคนสู่คน ส่วนคนหากโชคดีอยู่ใน 10% ของการรอดชีวิตอาจสามารถส่งผ่านโรคทางเพศสัมพันธ์ได้อีกเป็นเวลาเกือบสองเดือนเพราะไวรัสยังแพร่อยู่ในอสุจิและของเหลวระบบเพศ ส่วนอาการของโรคมีความผันแปรและมักเกิดฉับพลัน อาการแรกเริ่มได้แก่ การมีไข้สูง (อย่างต่ำ 38.8°C หรือ 102°F) อาการอาจร้ายแรงขึ้น เช่น ท้องร่วงอย่างแรง อุจจาระกลายเป็นสีดำ หรือแดงจัด อาเจียนเป็นโลหิต ตาแดงจัด ความดันโลหิตลดต่ำกว่า 90/60   ไต ม้าม และ ตับ ได้รับความเสียหาย อัตราการตายสูงมากถึงระหว่าง 50%-90% สาเหตุที่ตายเกิดจากขาดเลือดหรืออวัยวะไม่ทำงาน

            สำหรับในประเทศไทย ยังไม่พบว่ามีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาชนิดนี้ แต่ก็ไม่ควรประมาท ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศดังกล่าวข้างต้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การออกกำลังกาย ดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย ให้แข็งแรงอยู่เสมอ ทานร้อน ช้อนกลาง ล้างมือให้สะอาด ก่อนรับประทานอาหาร พร้อมดื่มน้ำที่สะอาด ปฎิบัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ หลีกเลี่ยงไปอยู่ในที่แออัด หากรู้สึกไม่ค่อยสบาย หรือมีอาการตัวร้อน เป็นไข้ อย่าปล่อยทิ้งไว้ รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา  อย่าวินิจฉัยโรคด้วยการซื้อยารับประทานเองเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้

ที่มา http://www.prd.go.th/ewt_news.php?nid=92720&filename=index



เข้าชม : 15296


สาระน่ารู้อื่นๆ 5 อันดับล่าสุด

      เสื้อติดซิป...แรงบันดาลใจจากตำรวจไทย 29 / พ.ย. / 2557
      ทำความรู้จักกับ....ไวรัสอีโบลา 20 / ส.ค. / 2557
      2012-2015 เตรียมรับมือพายุสุริยะ 10 / ธ.ค. / 2555
      1 ตำรวจ 1 โรงเรียน 23 / ก.ค. / 2555
      11 สุดยอดอาหารบำรุงสมองและความจำ 18 / ก.พ. / 2555


   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ตำรวจภูธรภาค1 /ตำรวจภูธรภาค2 /ตำรวจภูธรภาค3 /ตำรวจภูธรภาค4 /ตำรวจภูธรภาค5 /ตำรวจภูธรภาค6 /ตำรวจภูธรภาค7 /ตำรวจภูธรภาค8 /ตำรวจภูธรภาค9

   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค1 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค2 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค3 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค4 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค6
   /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค7่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค8่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค9

powered by maxsite 1.10
แลกลิงค์ นำ code ไปติดที่เว็บแล้วแจ้งทาง Email หรือ webboard